เมื่อวันที่ 3 กันยายน กรณีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์พูดคุยกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. จัดกำลังพลช่วยกำจัดผักตบชวา โดยจะเริ่มในวันจันทร์ที่ 5 กันยายนนี้ ที่เขตบางเขนเป็นแห่งแรก (อ่านข่าว บิ๊กป้อม ยกหูอีก ถึง ‘ชัชชาติ’ ส่งทหารช่วยกทม.เก็บผักตบชวา เปิดทางระบายน้ำเจ้าพระยา)
นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการเขตบางเขน เปิดเผยกับ ‘มติชน’ ว่า ที่ผ่านมาทางเขตดำเนินการแก้ไขปัญหาผักตบชวาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้มีแนวคิดว่าจะประสานทหารอยู่แล้ว อยู่ในขั้นตอนร่างแผนงานและกำหนดวันเวลา แต่เมื่อพลเอกประวิตรได้และผู้ว่าฯกทม. ได้พูดคุยกัน จึงมาผนวกกันพอดี โดยจะดำเนินการในวันจันทร์ที่ 5 กันยายน เวลา 09.00 น. ส่วนจุดนัดหมายอยู่ระหว่างการวางแผน ซึ่งวานนี้ (2 ก.ย.) มีการปรับแผนและพิจารณาความเหมาะสมว่าจะดำเนินการจุดใดเป็นแห่งแรก เบื้องต้นจะมีหน่วยงานทหารมา 50 นาย เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ 20 คน เมื่อวานมีการหารือกันและปรับแผน รวมทั้งพิจารณาจุดขึ้น-ลงว่าควรเป็นตรงไหน วัสดุ อุปกรณ์เพียงพอหรือไม่
“ในช่วงนี้ ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ จึงร่วมกับสำนักการระบายน้ำ รวมถึงทหารเข้าช่วยเหลือ สำหรับคลองที่ยังมีปัญหา อยู่ระหว่างการจัดทำแผนราว 7-8 คลอง การเตรียมความพร้อมของทางเขตในวันจันทร์ที่ 5 กันยายน ที่ทหารจะเข้าช่วยกำจัดผักตบชวา ในเบื้องต้น สำนักการระบายน้ำเป็นผู้ประสานให้ ส่วนเขตเป็นผู้จัดทำแผนงานและจัดเตรียมข้อมูล เช่น ความยาวของคลอง ต้องใช้เจ้าหน้าที่ในการดำเนินงานกี่คน เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในแต่ละวัน รวมถึงพาหนะต่างๆในการขนย้ายผักตบชวาออกจากพื้นที่ เป็นต้น
บางคลองอาจใช้รถงับผักตบชวา ซึ่งเขตบางเขนมี 1 คัน สำนักการระบายน้ำมี 1 คัน อย่างไรก็ตาม คลองในเขตบางเขน ส่วนใหญ่รถเข้าไม่ถึง ต้องใช้แรงงานคนในการดึงและลากออกมาเพื่อขึ้นรถขนย้าย เพราะระยะทางยาวเข้าไป ต้องชักลากออกมาขึ้นรถไปทิ้งยังจุดที่กำหนด บางที่เป็นคลองยาว จะมีการจอดรถบนหัวสะพาน ลากออกมาแล้วให้รถงับขึ้นในจุดที่รถจอดได้” นางสาวพิสมัยกล่าว
นางสาวพิศมัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับคลองในเขตบางเขน รวมถึงลำราง มีรวมทั้งสิ้น 33 แห่ง ในส่วนของการดำเนินการ ได้ประสานกับสำนักการระบายน้ำส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการมาโดยตลอด แต่เนื่องจากปริมาณผักตบชวามีมาก และแพร่พันธุ์เร็ว เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการบูรณาการร่วมกันกับสำนักการระบายน้ำซึ่งส่งทั้งบุคลากรและเครื่องจักรเข้าช่วย (รถงับ) ดำเนินการไปได้ 2 คลองที่มีปัญหาผักตบชวามาก ส่วนการแก้ไขน้ำท่วม ทางเขตบางเขนเตรียมความพร้อมอยู่แล้ว ประกอบกับการที่ประชาชนร้องเรียนมาในแอพพลิเคชั่นทราฟฟี่ฟองดูว์ ทางเขตได้รวบรวมประเด็นปัญหามาเพื่อให้ทราบว่าควรไปคลองไหนก่อน นอกจากนี้ ทางเขตได้ของบประมาณสร้างเขื่อนและสูบน้ำคลองไผ่เขียว ซึ่งคาดว่าจะได้ผู้รับจ้างในสัปดาห์หน้า อาจช่วยในการแก้ไขปัญหาน้ำวน น้ำขังได้ดียิ่งขึ้น โดยระบายน้ำลงคลองหลุมไผ่
“ปีนี้ เราไปต่อสู้มาในการของบประมาณทำเขื่อน และสถานีสูบน้ำคลองไผ่เขียว บริเวณวัดไตรรัตนาราม เพื่อแก้ไขปัญหาการระบายน้ำในโซนคู้บอน ลาดปลาเค้า ถ้าในปลายปีนี้ได้เซ็นสัญญาก่อสร้างสถานีสูบน้ำขนาด 12 คิว และทำเขื่อนฝั่งละ 100 เมตร จะทำให้สามารถดึงน้ำจากโซนที่มีปัญหา คือ รามอินทราเลขที่ 19, 21, 23, 27, 31 และ 39 จนถึงคู้บอนซึ่งท่วมทุกครั้งเพราะน้ำวน เนื่องจากน้ำในคลองหลักสูง ระบายช้า ถ้าก่อสร้างเขื่อนดังกล่าวแล้วเสร็จ จะช่วยดึงน้ำ หรือผลักน้ำออกสู่คลองหลุมไผ่ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งคลองหลุมไผ่มีสถานีสูบน้ำของสำนักการระบายน้ำอยู่อีก 1 สถานี
ปัญหาเรามีเยอะ อย่างที่ผ่านมา การระบายน้ำในส่วนของเขตบางเขน มีคลองหลักที่ต้องพร่องน้ำคือ คลองลาดพร้าว ซึ่งมีสถานีสูบน้ำคลองรางอ้อ-รางแก้ว เป็นตัวดึงน้ำในโซนพหลโยธิน ส่วนของรามอินทราตั้งแต่ซอย 5 จนถึงซอย 13
การระบายน้ำในช่วงหัว พอเป็นไปได้ เพราะมี Water Bank (บ่อหน่วงน้ำใต้ดิน) ในการช่วย ส่วนที่มีปัญหาหนักมากคือ รามอินทราตั้งแต่ซอย 19 เป็นต้นไป ยาวไปจนถึงคู้บอน ลาดปลาเค้าซึ่งในโซนดังกล่าว มีคลองหรือลำรางจำนวนมาก ทั้งคลองตรง คลองขวาง เราของบประมาณในการขุดลอกคลองบางช่วง และในส่วนของเจ้าหน้าที่เราดำเนินการในการลอกผักตบชวา แต่อย่างที่บอกว่า คลองเราต้องใช้เจ้าหน้าที่ลงอย่างเดียว ปกติในบางเขต อาจมีเขื่อน แต่ในพื้นที่บางเขน ไม่มีเขื่อนเลย เป็นลักษณะคลองดิน จึงต้องค่อยๆ ดำเนินการ แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ” นางสาวพิศมัยกล่าว

