รองผู้ว่าฯจักกพันธุ์สำรวจพื้นที่ปลูกต้นไม้ล้านต้น ลุยตรวจสวน 15 นาที เร่งแก้จุดเสี่ยงภัยริมคลอง เยี่ยมชุมชนคัดแยกขยะต้นแบบย่านทุ่งครุ
เมื่อวันที่ 3 กันยายน เวลา 09.00 น. นายจักกพันธ์ุ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในพื้นที่เขตทุ่งครุ โดยมีนายณรงค์ ตาปสนันทน์ ผู้อำนวยการเขตทุ่งครุ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตทุ่งครุ ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล ประกอบด้วย โครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น ณ บริเวณใต้ทางด่วน ทางเข้าโครงการ the gallery natura (ถนนเลียบทางด่วน) เขตทุ่งครุมีพื้นที่สีเขียว 4,838,692.96 ตารางเมตร ประชากร 123,392 คน อัตราส่วนพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร 7 ตร.ม./คน เขตทุ่งครุดำเนินการได้ 39.21 ตร.ม./คน โดยมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ตามนโยบายเดือนละ 250 ต้น 4 ปี รวม 12,000 ต้น ปลูกทุกวันเสาร์ ตามนโยบายวันสำคัญต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร ปลูกแล้ว 2,240 ต้น แบ่งเป็น ไม้ยืนต้น ได้แก่ ต้นกัลปพฤกษ์ ต้นขี้เหล็ก ต้นจามจุรี ต้นจิกนา ต้นชงโค ต้นชิงชัง ต้นพะยูง ต้นมะขาม ต้นหว้า ไม้พุ่ม ได้แก่ ต้นทองอุไร ต้นหางนกยูงไทย ต้นโมก ได้รับการสนับสนุนกล้าไม้จากศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้จังหวัดสมุทรปราการ และต้นไม้จากการเพาะเมล็ดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ

โครงการสวน 15 นาที บริเวณหมู่บ้านวิเศษสุข โครงการที่ 10 และโครงการที่ 17-18 จำนวน 2 สวน โดยปรับปรุงสวนหย่อมหมู่บ้านวิเศษสุข โครงการที่ 10 ขนาดเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา สวนหย่อมหมู่บ้านวิเศษสุข โครงการที่ 17-18 ขนาดเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 69 ตารางวา ปลูกต้นไม้เพิ่มเติม สร้างกำแพงกรองฝุ่น เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประชาชนในหมู่บ้านสามารถเข้าถึงได้ใน 15 นาที จุดเสี่ยงภัย ด้านหลังมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ซอยประชาอุทิศ 32 บริเวณริมคลองราษฎร์บูรณะ ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างคลองขวางและคลองราษฎร์บูรณะ เป็นทางเดิน คสล. ริมคลองราษฎร์บูรณะจะมีนักศึกษาและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวใช้เป็นเส้นทางเดินทางสัญจร แต่เนื่องจากมีความเปลี่ยวทำให้มีผู้ใช้เส้นทางค่อนข้างน้อย สำหรับแนวทางแก้ไขจะดำเนินการปรับปรุงสภาพแวดล้อม เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่าง ติดกล้อง CCTV และจัดเจ้าหน้าชุดสายตรวจเทศกิจ ออกพื้นที่ตรวจตราอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
จากนั้น นายจักกพันธุ์ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบคัดแยกขยะ บริเวณชุมชนมติมิตร ซึ่งเป็นชุมชนที่ล้อมรอบด้วยลำคลอง ทำให้มีขยะที่มาจากแม่น้ำลำคลองเวลาน้ำขึ้นน้ำลงอยู่ตลอด การรักษาความสะอาดในลำคลองจึงเป็นงานที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งมีประชากรเข้ามาประกอบอาชีพและพักอาศัยอย่างหนาแน่น ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการจัดการมูลฝอยจากชุมชน ที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามจำนวนประชากรและการเติบโตของเศรษฐกิจ ใน พ.ศ.2563 มีปริมาณมูลฝอยที่จัดเก็บได้เฉลี่ย 1,040 กิโลกรัม/วัน ในปี พ.ศ.2563 มีปริมาณมูลฝอยที่จัดเก็บได้เฉลี่ย 1,070 ตัน/วัน หากในอนาคตไม่มีมาตรการในการจัดการลดปริมาณมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ จะมีแนวโน้มขยะมูลฝอยเพิ่มมากขึ้น

ชุมชนมติมิตรจึงได้จัดทำโครงการชุมชนบริหารจัดการขยะประจำปีงบประมาณ 2563 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นชุมชนต้นแบบ ในการจัดตั้งศูนย์วัสดุรีไซเคิลชุมชนในพื้นที่และได้ขยายผลสู่ชุมชนใกล้เคียง โดยมีกิจกรรมการคัดแยกขยะรีไซเคิลบ้านฉันจัดการขยะ โดยให้คนในชุมชนมีการคัดแยกขยะรีไซเคิลและแหล่งกำเนิด โดยมีอุปกรณ์หรือภาชนะในการคัดแยกตามความเหมาะสม เช่น กระดาษ ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องอะลูมิเนียม วัสดุตาข่ายหรือวัสดุที่หาได้จากครัวเรือน กิจกรรมทอดผ้าป่าขยะ โดยชุมชนมีการรวมกลุ่มดำเนินกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และมีการรวบรวมขยะรีไซเคิลนำไปถวายให้กับวัด หรือโรงเรียน ประชาสัมพันธ์ให้ทุกครัวเรือนแยกขยะอันตราย นำไปทิ้งจุดทิ้งขยะอันตรายที่เตรียมไว้ให้ ลดใช้ถุงพลาสติก กล่องโฟม ใช้วัสดุที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถุงผ้า ปิ่นโต ร่วมคัดแยกขยะตามประเภทได้อย่างถูกต้อง เกิดแหล่งเรียนรู้การคัดแยกขยะและเกษตรทฤษฎีใหม่ ปัจจุบันชุมชนมติมิตรมีแหล่งเรียนรู้การคัดแยกขยะและเกษตรทฤษฎีใหม่ในชุมชนมติมิตร จำนวน 6 ฐานการเรียนรู้ ดังนี้ 1.ฐานเรียนรู้การคัดแยกประเภทขยะ 2.ฐานเรียนรู้คัดแยกขยะรีไซเคิล 3.ฐานเรียนรู้การทำปุ๋ยหมักใบไม้แห้ง 4.ฐานเรียนรู้ถังหมักรักษ์โลก 5.ฐานเรียนรู้การทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ 6.ฐานเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับภาครัฐและเอกชน

