‘ชัชชาติ’ ชี้ แยกขยะเปียก-แห้ง เอาไปรีไซเคิลได้ รับ รถขยะใหม่ยังมีจุดบกพร่อง จ่อแจกถุงเขียวใส่ขยะเปียก
เมื่อวันที่ 4 กันยายน เวลา 08.00 น. ที่ศูนย์อาหารสวนลุมพินี สวนลุมพินี เขตปทุมวัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ บุตรชาย, นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าฯกทม., นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม., นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม., นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. และคณะผู้บริหาร กทม. เป็นประธานเปิดตัวโครงการ “ไม่เทรวม” พร้อมเปิดตัวรถขยะแบบใหม่ซึ่งมีพื้นที่จัดเก็บเศษอาหาร โดยมีแขกรับเชิญคือ แอนนา เสืองามเอี่ยม มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2022 พร้อมคณะ Miss Earth 2022 และในงานนี้มีการให้ประชาชนที่สนใจร่วมงานลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 100 คน
จากนั้นเวลา 09.50 น. นายชัชชาติกล่าวว่า เรื่องขยะเป็นปัญหาใหญ่ของ กทม. เป็นปัญหาที่พูดถึงความยั่งยืนในอนาคต ปัจจุบันเราใช้หลุมฝังกลบเป็นจำนวนมาก 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ของขยะทั้งหมด ซึ่งวิธีนี้ไม่ยั่งยืน
“การคัดแยกขยะเป็นเรื่องที่ประชาชนพูดกันมานาน การแยกขยะจะทำให้มีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น การขยะเปียกที่ทำให้เกิดการเน่าเหม็นออกจากขยะทั่วไปจากขยะที่แห้ง ก็จะสามารถนำมารีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่ได้สะดวกขึ้น ที่ผ่านมาประชาชนจำนวนมากแยกขยะ แต่สุดท้าย กทม.เอามารวมที่รถ ซึ่งทำให้ประชาชนหมดหวัง ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเริ่มเป็นกระบวนการจากต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างจริงจัง ต้นน้ำคือประชาชนแยก กลางน้ำคือ กทม.จัดเก็บแบบแยกด้วย และปลายน้ำคือการจัดการขยะที่แยกมาอย่างครบระบบ โดยที่ผ่านมาเราเสียเงินในการเก็บขยะทำความสะอาดบ้านเมืองปีละเป็นหมื่นล้านบาท แต่เราเสียเงินกับการศึกษาแค่ 4 พันล้านบาทต่อปี ดังนั้น เราจะทำอย่างไรให้เปลี่ยนขยะตรงนี้เปลี่ยนมาเป็นทรัพย์สินให้ได้ วันนี้ขอบคุณผู้บริหารทุกท่านที่ร่วมมือกัน ต้องบอกว่าเราเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยเริ่มนำร่องจาก 3 เขต คือ เขตปทุมวัน พญาไท และหนองแขม ซึ่งจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันทั้งในชุมชน ตลาดสด ออฟฟิศ คอนโด พื้นที่อยู่ใกล้กับอยู่กลางเมือง โดยทำแบบจำลองให้เรียบร้อยก่อนว่ารูปแบบที่ทำได้ผลดีหรือไม่ แต่รถขยะที่เปิดตัววันนี้ก็ยังคงมีจุดบกพร่องอยู่ เนื่องจากมีการเสริมถังขยะไว้บริเวณท้ายรถทำให้กีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า เชื่อว่าเมื่อเราแยกขยะเปียกออกมาแล้ว การแยกขยะก็จะง่ายขึ้นและเร็วขึ้น ซึ่งจะเป็นการพัฒนาที่สมบูรณ์แบบเมื่อเรามั่นใจใน 3 เขตนำร่องก็จะทำการขยายผลได้ทันที ดังนั้นต้องรอดูว่าโมเดลของ 3 เขตนี้จะสำเร็จเร็วแค่ไหน หากสำเร็จเร็วก็จะขยายผลต่อไป
“ไม่ใช่ทำแค่เอาหน้า ไม่ใช่ทำแค่จัดอีเวนต์ แต่ต้องทำให้ต่อเนื่อง ต้องตามจี้ทุกอาทิตย์ ดูความก้าวหน้า แก้ปัญหาอย่างจริงจัง จริงๆ แล้วเรื่องขยะมีแนวคิดอีกมากมาย ปัจจุบันมีการนำถุงขยะมาวางไว้กลางชุมชนรอรถมาเก็บก็จะมีสุนัขและหนูมาแทะ พอฝนตกก็ชะลงไปที่ท่อระบายน้ำ ตอนนี้กำลังคิดเป็นแบบตะแกรงล้อมขยะมีฝาปิดโดยสามารถพับเก็บได้” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อถามถึงเรื่องแรงจูงใจในการทำให้ประชาชนแยกขยะ นายชัชชาติกล่าวว่า ครั้งแรกอาจจะมีการแจกถุงขยะเปียกสีเขียวให้ก่อน ซึ่งหากถามว่าแรงจูงใจคืออะไร จริงๆ แล้วมีหลายรูปแบบ เช่น ค่าเก็บขยะ กำลังคิดอยู่ว่าเป็นไปได้หรือไม่หากใครที่มีการคัดแยกขยะอย่างจริงจัง ก็จะลดอัตราค่าเก็บขยะให้ หรือถ้าแยกขยะมาอาจมีการแจกปุ๋ยหมักให้ทุกเดือน หรือบ้านไหนที่มีการคัดแยกขยะก็จะมีสติ๊กเกอร์ติดหน้าบ้านว่าบ้านนี้ร่วมมือในการพัฒนาเมืองให้ดีขึ้นโดยร่วมโครงการแยกขยะ อย่างน้อยอาจจะไม่ใช่ตัวเงินหรือสิ่งของ แต่เป็นความภาคภูมิใจว่าเรามีส่วนร่วม ที่ทำให้เมืองดีขึ้น ซึ่งในหลายประเทศไม่มีค่าตอบแทนให้ อาจจะใช้วิธีว่าหากคุณไม่แยกขยะก็จะเสียเงินมากขึ้น ตามหลักที่ว่าใครสร้างมลพิษเยอะก็ต้องจ่ายเงินเยอะ ซึ่งในอนาคตหากระบบเราสำเร็จอย่างเต็มที่ และมีบางกลุ่มไม่ทำการคัดแยกขยะคุณก็อาจจะต้องจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นในขั้นตอนต่อไป

