ปิดฉากประชุมชลประทานโลก 52 ประเทศทึ่งพระปรีชาสามารถ ‘ในหลวง ร.9’

9.11.16 | 22:22 น.

ปิดฉากประชุมชลประทานโลกครั้งที่2 ICID ชมไทยจัดงานเยี่ยม 52 ประเทศทึ่งพระปรีชาในหลวง

ปิดฉากลงแล้วสำหรับการจัดประชุมชลประทานโลกครั้งที่ 2 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2559 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากผู้เข้าร่วมประชุม 1,200 คน จาก 52 ประเทศ ซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญในด้านการชลประทานและการเกษตร เช่น ประเทศภูฏาน เนปาล เอธิโอเปีย สาธารณรัฐประชาชนจีน อินโดนีเซีย กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และไทย อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจาก 11 ประเทศร่วมประชุม ได้แก่ ประเทศภูฏาน กัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน อินโดนีเซีย สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า เนปาล ซูดาน ยูเครน และไทย

Dr.Saeed Nairizi ประธานคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยการชลประทานและการระบายน้ำ (International Commission on Irrigation and Drainage : ICID) กล่าวชื่นชมการจัดการประชุมชลประทานโลกในครั้งนี้ว่า สามารถจัดได้สมบูรณ์แบบ ทั้งการประชุมและการจัดนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับการชลประทาน แม้จะเป็นในช่วงที่ประเทศไทยและคนไทยไว้อาลัย เพราะต้องสูญเสียพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 อันเป็นที่รักยิ่งก็ตาม โดยเฉพาะสถานที่ดูงานของระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูง คือ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการจัดทำแบบจำลองเสมือนจริงของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวน 6 แห่ง มาจัดแสดงไว้ให้ชมในสถานที่เดียว ทำให้ได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถในด้านการบริหารจัดการน้ำ การแก้ปัญหาต่างๆของการเกษตร การอนุรักษ์ดินและน้ำ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำหรับความสำเร็จของการประชุมชลประทานโลกครั้งที่ 2 ทุกประเทศให้ความสำคัญในเรื่องการชลประทาน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะช่วยให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาหาร และสามารถขจัดความยากจนได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในการประชุมระดับรัฐมนตรีนั้น ทำให้เกิดเป็น ′ปฏิญญาเชียงใหม่′ ที่แต่ละประเทศจะช่วยกันในการเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องชลประทานควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงในด้านอาหาร ตลอดจนการยกระดับเครือข่ายเชื่อมโยงการพัฒนาชนบทกับการพัฒนาเมือง สนับสนุนการมีส่วนร่วมการรวมกลุ่มของประชาชนและเพิ่มอำนาจในการต่อรองให้เกษตรกรมากขึ้น

นอกจากนี้แต่ละประเทศยังได้เสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขของแต่ละประเทศ ซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป รวมทั้งยังเสนอแนวทางการพัฒนาด้านการชลประทาน และการเกษตร พร้อมต้องการให้ ICID เข้ามาเกี่ยวข้องในการผลักดันการแก้ไขปัญหาน้ำและการเกษตร ตลอดจนการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม โดยในส่วนประเทศไทยนั้นได้นำเสนองานวิจัยการทำนาแบบใช้น้ำน้อยหรือการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ในการทำนาปรังในเขตชลประทานช่วงฤดูแล้ง ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำลง 20 -35 % และยังช่วยลดต้นทุนการผลิต ในขณะที่ได้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากประเทศที่เข้าร่วมประชุม จนได้รับรางวัล WatSave Awards 2016

Advertisement

อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีจากประเทศลาว เสนอให้ประเทศไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีด้านชลประทานและการระบายน้ำในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมด้านชลประทานมากที่สุดในภูมิภาคนี้ แต่ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศสมาชิกอาเซียนจากทั้ง 10 ประเทศก่อน

อนึ่ง แม้การประชุมชลประทานโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ แต่ยังมีการประชุมมนตรีฝ่ายบริหารระหว่างประเทศ ครั้งที่ 67 ( The 67th International Executive Council Meeting : 67th IEC Meeting ) ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2559