หน้าแรก ในประเทศ สกน.แถลงทบทวน...

สกน.แถลงทบทวนคำสั่ง คสช. หวั่นทวงคืนป่ายึดที่ทำกิน วอนขอชุมชนร่วมแก้ไขอย่างยั่งยืน

10.11.16 | 11:55 น.

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 นายอนุชา ธนะเพทย์ ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) น่าน เปิดเผยว่า สกน.มีสมาชิกใน 7 จังหวัด ประกอบด้วยเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะสาขาน่าน จะประชุมหารือกันวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 ที่วิทยาลัยชุมชนน่าน ภายใต้เรื่อง “ปลดเปลื้องหนี้สิน คืนดิน น้ำ ป่า หยุดการค้าเสรี” นำโดยนายประยง ดอกลำไย รองผู้อำนวยการมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ และที่ปรึกษา สกน. หลังจากนั้นจะแถลงการณ์แสดงท่าทีและยื่นผ่านหน่วยงานจังหวัดน่าน เพื่อแก้ปัญหาที่ดินและราคาพืชผล โดยมีสาระสรุปการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล ภายใต้แผนแม่บทแก้ไขปัญหาทำลายทรัพยากรป่าไม้ ที่อ้างพื้นที่ป่าไม้ของประเทศลดลงจำนวนมาก ปัจจุบันคงเหลือ 102.1 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 31.57 ของพื้นที่ประเทศ มีผลต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าไม้ สถานภาพของพืชและสัตว์หลายชนิด สาเหตุจากการบุกรุกขยายพื้นที่ทำการเกษตร และแผนแม่บทดังกล่าวยังกำหนดเป้าหมาย ให้ได้พื้นที่ป่าไม้คืนอย่างน้อยร้อยละ 40 ภายใน 10 ปี

“แผนแม่บทได้กำหนดกรอบความคิด ทำงานตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 64/2557 เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และคำสั่งที่ 66/2557 เรื่องเพิ่มเติมหน่วยงานสำหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และให้ใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศสีปี 2545 เป็นบรรทัดฐานตรวจสอบความสมบูรณ์ของสภาพป่า แล้วนำภาพถ่ายทางอากาศสีปี 2554 ที่สภาพป่าโล่งเตียนกว่ามาแสดงถึงพื้นที่บุกรุกใหม่ โดยให้ดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที” นายอนุชาระบุ และว่าทำให้สมาชิกสกน.น่านได้รับผลกระทบมาก วิตกกังวลจะถูกจับกุมและยึดคืนพื้นที่ทำกิน ไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านาน ทั้งยังใช้วิธีส่อเจตนาร่วมกับบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ ประกาศไม่รับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ปลูกในพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิหรือบุกรุกพื้นที่ป่า

201611100901595-20021028190217

นายอนุชา กล่าวว่า เบื้องต้น สกน.มีข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล ขอให้ทบทวนแผนแม่บทดังกล่าว คำนึงถึงสิทธิชุมชน ที่มีสิทธิอนุรักษ์และมีส่วนร่วมจัดการ บำรุงรักษาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน ขอให้รัฐรับรองและส่งเสริมกระบวนการสร้างความร่วมมือแก้ไขปัญหาที่ดิน และจัดการทรัพยากรโดยชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อไม่บุกรุกทำลายป่าเพิ่ม ป้องกันพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์ให้คงอยู่ต่อไป ให้มีระยะเวลาปรับเปลี่ยนจากพืชเชิงเดี่ยวที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นป่าเศรษฐกิจภายใน 10 ปี ขอให้รัฐรับรองสิทธิที่ทำกินให้เกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จจากการปรับเปลี่ยนแก้ไขพื้นที่ทำกินให้เหมาะสม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและหนุนเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น