ทลายเครือข่ายแก๊งคอล อ้างอินฟลูเอนเซอร์สร้างข้อมูลเท็จลวงขายผลิตภัณฑ์ลด นน. 6 เดือนรายได้ 200 กว่าล้าน

6.09.22 | 12:07 น.

เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม รอง ผกก.4 บก.ปคบ. ภญ.อรัญญา เทพพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ร่วมแถลงผลจับกุมเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์สร้างข้อมูลเท็จหลอกขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายมนัสศิริ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี นายพิศิษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี นายธิติพัทธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี น.ส.อิสรีย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1616-1619 /2565 ตามลำดับ ลงวันที่ 15 ส.ค.2565 ข้อหา “ร่วมกันโฆษณาเครื่องสำอางโดยใช้ข้อความที่เกินจริง, ร่วมกันทุจริตหรือหลอกลวง โดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ” พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ เอกสารต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผิดกฎหมาย รวมมูลค่าประมาณ 24 ล้านบาท


พ.ต.อ.เนติกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2565 ได้มีดีเจสาวชื่อดังเข้าร้องขอให้ช่วยตรวจสอบ หลังพบเพจเฟซบุ๊กชื่อ Center for the health of the nation นำรูปถ่ายไปใช้แอบอ้างโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก Efferin โดยที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนรู้เห็น หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว จึงจัดกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบก่อนพบว่าบริษัทของกลุ่มผู้ต้องหาเป็นผู้ดำเนินการโฆษณาและจัดจำหน่ายสินค้าดังกล่าว อีกทั้งยังพบว่าบริษัทดังกล่าวมีการโฆษณาโดยใช้ข้อความอันเป็นเท็จเพื่อหลอกลวงผู้บริโภค และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นที่ผิดกฎหมายอีกจำนวนหลายรายการ

พ.ต.อ.เนติกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทดังกล่าวยังมีการตัดต่อรูปภาพบุคคลที่มีชื่อเสียง, แพทย์ หรือสถานพยาบาลชื่อดัง มาใช้แอบอ้างโฆษณา อาทิ นายกิตติ สิงหาปัด ในรายการข่าว 3 มิติ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือหลอกให้ผู้บริโภคหลงเชื่อ เมื่อมีเหยื่อสนใจติดต่อเข้ามา ผู้ร่วมขบวนการที่ทำหน้าที่ในส่วนฝ่ายขายของบริษัท ซึ่งทำงานในสักษณะคอลเซ็นเตอร์ ก็จะติดต่อกลับไปหาเพื่อบรรยายสรรพคุณเกินจริง โน้มน้าวให้ผู้ซื้อหลงเชื่อตัดสินใจซื้อสินค้าดังกล่าว ซึ่งกว่าที่เหยื่อจะรู้ตัวว่าสินค้าไม่ได้มีสรรพคุณตามที่โฆษณาก็สายไปเสียแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังพบความผิดเป็นที่แน่ชัด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน จากนั้นจึงนำกำลังเข้าตรวจค้นโรงงานและแหล่งผลิต จำนวน 6 แห่ง ในหลายพื้นที่ จนสามารถจับกุม น.ส.อิสรีย์ และนายพิศิษฐ์ พร้อมของกลางมูลค่า 24 ล้านบาท ก่อนจะตามจับกุมตัว นายมนัสศิริ และนายธิติพัทธ์ ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะกำลังเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ

ผกก.4 บก.ปคบ.กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าบริษัทประกอบกิจการเกี่ยวกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพในลักษณะคอลเซ็นเตอร์ผ่านช่องทางออนไลน์จริง โดยมีนายธิติพัทธ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น ทำหน้าที่บริหารจัดการดูแลบริษัท ส่วน น.ส.อิสรีย์ น้องสาวของนายธิติพัทธ์ จะทำหน้าที่ดูแลด้านการเงิน ส่วนการโฆษณาสินค้า บริษัทได้ว่าจ้างบริษัทในประเทศเวียดนาม, สิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นผู้ดำเนินการ

Advertisement

“นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีเงินหมุนเวียนกว่า 660 ล้านบาท เฉพาะเพียงช่วงระหว่างเดือน ม.ค.65 ถึง มิ.ย.65 มีรายได้จากการหลอกหลวงขายผลิตภัณฑ์กว่า 219 ล้านบาท มีการจ่ายเงินค่าโฆษณาไปยังต่างประเทศ รวมเป็นเงิน จำนวน 188 ล้านบาท” พ.ต.อ.เนติกล่าว

ด้าน ภญ.อรัญญา กล่าวย้ำเตือนประชาชนว่า ขออย่าได้หลงเชื่อโฆษณาที่หลอกลวงเกินจริง หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีหลักฐาน หรือผลการทดสอบประสิทธิภาพทางวิทยาศาสตร์ของผลิตภัณฑ์สนับสนุน ขอให้พึงระลึกไว้เสมอว่า อาหารหรือเครื่องสำอางไม่มีสรรพคุณรักษาโรคได้ ฉะนั้นก่อนสั่งซื้อทุกครั้งควรไตร่ตรองให้รอบคอบ