วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณกลางทุ่งนาบ้านพิงพวย ต.พิงพวย อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ ได้มีชาวนากลุ่มหนึ่งจำนวน 15 คนได้รวมกลุ่มกันใช้เคียวเกี่ยวข้าวในนาที่ต้นข้าวกำลังสุกรอการเก็บเกี่ยว ซึ่งต้นข้าวบางส่วนได้จมอยู่ใต้น้ำ เนื่องจากว่ามีฝนตกลงมาต่อเนื่องกัน 2 วันแล้ว ทำให้มีความยากลำบากในการเก็บเกี่ยวข้าวพอสมควร โดยข้าวที่เกี่ยวแล้วชาวนาจะมัดกองเอาไว้บนพื้น เพื่อตากให้แห้ง 2 – 3 วัน จากนั้น จึงจะนำเอาข้าวที่มัดเป็นฟ่อน ๆ เอาไว้ไปเข้าเครื่องสีเอาเพื่อข้าวเปลือกไปเก็บไว้ในยุ้งฉางต่อไป
นางพิมนิภา ทนทาน อายุ 33 ปี ชาวบ้าน บ้านพิงพวย ต.พิงพวย อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนทำนาจำนวน 3 ไร่ และไม่ชอบใช้รถเกี่ยวข้าว ใช้แต่มือเกี่ยว เพราะว่าหากใช้รถเกี่ยวจะต้องนำเอาข้าวเปลือกไปตาก แต่หากว่าใช้มือเกี่ยวข้าว มัดข้าวตากเอาไว้ 2- 3 วันก็เอาไปสีได้เลย จากนั้นเอาข้าวเปลือกเข้ายุ้งเก็บไว้ หากใช้รถเกี่ยวข้าวจะต้องเอาไปตากแดด ซึ่งตนจะไม่มีที่ตากข้าว หากเอาข้าวไปตากแดดอาจจะโดนฝนตกใส่ หากเก็บไม่ทันเมล็ดข้าวจะงอก อีกทั้งหากว่าใช้รถเกี่ยวข้าวแล้วจะเกี่ยวข้าวในนาไม่หมดทำให้เสียดายข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้นข้าวจมน้ำรถเกี่ยวข้าวจะเก็บเกี่ยวข้าวไม่ได้เลย

“ตนไม่ได้จ้างคนมาเกี่ยวข้าว แต่ว่าจะใช้วิธีลงแขกเกี่ยวข้าวแบบโบราณ โดยจะขอแรงกันมาช่วยเกี่ยวข้าว ช่วงที่เพื่อนบ้านเกี่ยวข้าวตนก็จะไปช่วย แต่พอถึงช่วงตนเกี่ยวข้าว เพื่อนบ้านก็จะมาช่วยกัน จะเสียค่าใช้จ่ายเพียงทำอาหารเลี้ยงตอนเที่ยงเท่านั้น วันหนึ่งจะเกี่ยวข้าวได้ 3 ไร่ โดยไม่ต้องใช้รถเกี่ยวข้าวแต่อย่างใด การลงแขกเกี่ยวข้าวแบบโบราณจึงเป็นวิธีการลดต้นทุนการทำนาที่ดีที่สุดในช่วงที่ราคาข้าวเปลือกตกต่ำอย่างหนักอยู่ในขณะนี้” นางพิมนิภา กล่าว

