วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 จ.เชียงใหม่ เผยกรณีนายธัญญา เนติธรรมกุลอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมชุดพญาเสือไฟ เข้าตรวจและจับกุมผู้บุกรุก พร้อมจัดระเบียบบ้านนาเลาใหม่ หมู่ 10 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว วันที่ 9 พฤศจิกายนที่
ผ่านมา ว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการบุกรุกทำรีสอร์ทมา 4-5 ปีแล้ว เพื่อบริการนักท่องเที่ยวรวม 104 หลัง เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจเหมือนการบุกรุกที่ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ นายธัญญา ได้สั่งจัดระเบียบใหม่พร้อมจับกุมดำเนินคดีผู้บุกรุกเพิ่ม และผู้บุกรุกรายใหม่ทั้งหมด พร้อมสั่งรื้อถอนบ้านพักออก 50 % ของจำนวนที่บุกรุกทั้งหมด ภายในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ก่อนทยอยรื้อถอนออกทั้งหมด ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปีหน้า
“นายธัญญา ให้แนวทางปฏิบัติจัดระเบียบพื้นที่ดังกล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้ใช้วิธีเจรจากับเจ้าของ หรือผู้ประกอบการรีสอร์ท รื้อถอนบ้านพักออกทั้งหมด ซึ่งเจ้าของและผู้ประกอบการ ยินยอมรื้อถอนออกทั้งหมดเอง เพราะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพระองค์ท่าน พร้อมร่วมมือพัฒนาพื้นที่ เพื่อส่งเสริมท่องเที่ยวภายใต้ข้อจำกัดของอุทยาน หากซื้อขายเปลี่ยนมือผู้ครอบครอง ต้องยกเลิกสิทธิครอบครอง เนื่องจากผิดเงื่อนไขมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 ที่ให้อยู่อาศัยและทำกินในเขตอุทยาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเท่านั้น” นายกมลไชย กล่าว

นายกมลไชย กล่าวอีกว่า พื้นที่ดังกล่าว ถือเป็นการนำร่องจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แห่งแรกของเชียงใหม่ภายใต้โครงการจัดระเบียบบ้านนาเลาใหม่ ภายใต้ชื่อ “คืนวิถีลีซอ เพื่อพ่อของแผ่นดิน” ก่อนขยายผลจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวเขตอุทยานพื้นที่ 3จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน ตามนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายธัญญา ได้มอบโฮมสเตย์ต้นแบบ จำนวน4 หลัง ให้กับราษฏรชาวไทยภูเขาเผ่าลีซอ รวม 4 ราย เพื่อเป็นตัวอย่างปรับปรุงที่พักอาศัยของตนเอง อย่างถูกสุขลักษณะและเป็นระเบียบเรียบร้อย

สำหรับการตรวจค้นและจับกุมผู้บุกรุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ชุดพญาเสือ ได้ยึดคืนพื้นที่บุกรุก 219 ไร่ ดำเนินคดี 13 ราย ยึดไม้แปรรูป จำนวน 48 แผ่น ปริมาตร 0.64 ลูกบาศก์เมตร ไม้ท่อนอีก 28 ท่อน ปริมาตร12.39 ลูกบาศก์เมตร ทำลายพื้นที่ปลูกฝิ่น และกัญชา รวม 3 ไร่ หลังจัดระเบียบพื้นที่ดังกล่าว จะเหลือบ้านพักโฮมสเตย์ที่บริการนักท่องเที่ยว ที่ได้มาตรฐานและอยู่ภายใต้ความร่วมมือระหว่างอุทยานกับชุมชนเพียง 33 หลังเท่านั้น จากจำนวนที่บุกรุก 104 หลัง

