ผู้ช่วยโจ๊ก-ตร.ภ.3 จับอดีตครู-น.ศ.-เจ้าของรีสอร์ต ค้ามนุษย์-กระทำชำเราเด็ก โหลดคลิปอนาจาร

6.09.22 | 20:01 น.

เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร ภาค 3 จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รองศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.)และชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต (TICAC) พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ รอง ผบช.ภ.3 แถลงผลการเข้าช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์และจับกุมผู้ต้องหาในพื้นที่ ภ.3 รวม 3 คดี โดยคดีแรกชุด TICAC รับการประสานข้อมูลจากการแจ้งเบาะแสของศูนย์เด็กหายและถูกฉวยผลประโยชน์แห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NCMEC) ผ่านสำนักงานในไทยของหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กระทรวงความมั่นคงแห่งสหรัฐอเมริกา โดยมีรายงานเบาะแส Cyber TIPLine Report ว่าตรวจพบบุคคลที่ครอบครองสื่อลามกเด็กในสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ จำนวนมากอาศัยอยู่ในพื้นที่ สภ.ประโคนชัย ภ.จว.บุรีรัมย์ ทาง TICAC ภ.3 สืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.ประโคนชัย ตรวจค้นบ้านพักนายวุฒิพงษ์ (สงวนนามสกุล)อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ พบ ภาพนิ่ง และคลิปอนาจารเด็ก อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ (PC) ที่ตั้งอยู่ภายในห้องนอน 4 คลิป จึงจับกุมตัวพร้อมตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในความผิดฐาน “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” พร้อมกับตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และไอแพด 1 เครื่อง เพื่อทำการตรวจพิสูจน์เพิ่มเติม ผลการตรวจสอบพบภาพลามกอนาจาร 7,215 ภาพ คลิปวิดีโอ 623 คลิป
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าจากการสืบสวนจากพฤติกรรมนายวุฒิพงษ์ พบว่าบุคลิกภายนอกเป็นคนชอบช่วยเหลือสังคมและสอนพิเศษให้กับเด็กนักเรียนในหมู่บ้าน โดยไม่เรียกค่าตอบแทน พาเล่นกีฬา สร้างความไว้วางใจให้คนในชุมชน หรือผู้ปกครองของเด็ก จนยอมให้เด็กอยู่ใกล้ชิด แต่นายวุฒิพงษ์ กลับใช้ความไว้วางใจดังกล่าว เป็นช่องทาง ในการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็ก โดยการหลอกล่อชักชวนให้มาเล่นเกมส์ที่บ้าน แล้วอาศัยช่วงโอกาสดังกล่าวลงมือกระทำชำเรา หรือจับอวัยวะเพศ หรือกระทำอนาจารในลักษณะอื่น เพื่อสำเร็จความใคร่กับเด็กแต่ละคนแตกต่างกันไป 18 ราย โดยพบว่าผู้เสียหายมีอายุน้อยสุดเพียง 7 ปี และอายุมากสุด 16 ปี โดยนายวุฒิพงษ์ ถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพวิดีโอเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ลงมือก่อเหตุดังกล่าวมาเป็นระยะเวลา 2-3 ปี จนถูกชุดปฏิบัติการ TICAC ภ.3 จับกุม


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าคดีที่ 2 วันที่ 22 เม.ย. สั่งการให้ชุดปฎิบัติการ TICAC ตรวจสอบเด็กหญิงในพื้นที่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ถูกบังคับขายบริการทางเพศในรีสอร์ต ระหว่างเดือน ม.ค.65 ถึงวันที่ 20 เม.ย.65 พบผู้เสียหายอายุ 15 ปี ถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศ จึงช่วยเหลือและเข้ารับความคุ้มครองที่บ้านพักเด็ก จ.บุรีรัมย์ โดยสืบสวนสอบสวนปากคำ ร่วมกับสหวิชาชีพนำผู้เสียหายเข้าคัดแยกเหยื่อโดยทันที ก่อนเกิดเหตุเมื่อเดือน เม.ย.64 ผู้เสียหายทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาด ภายในรีสอร์ตดังกล่าว โดยมีนายวีรวงศ์ หรือวินัย ชำนาญกิจ อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาเป็นเจ้าของ ผู้เสียหายได้ยืมเงินผู้ต้องหา 6,300 บาท เพื่อนำไปรักษาย่าที่ป่วยและยังไม่ได้คืนเงินให้กับผู้ต้องหา ต่อมาผู้ต้องหาทวงถามเงินจำนวนดังกล่าว และ ผู้เสียหายไม่มีเงินมาคืนให้ได้ ผุ้ต้องหาจึงบังคับให้ขายบริการทางเพศให้กับลูกค้าที่มาพักที่รีสอร์ต 4 ครั้ง ค่าตอบแทนครั้งละ 1,500 บาท โดยผู้ต้องหาจะหักเงินชำระหนี้ครั้งละ 1,300 บาท และคืนเงินให้กับผู้เสียหาย 200 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 28 เม.ย.เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมนายวีรวงศ์ตามหมายจับศาลจังหวัดนางรอง ที่ 90/2565 ในความผิดฐาน “กระทำอนาจารบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, พยายามข่มขืนกระทำชำเราบุคคลอายุกว่าสิบห้าแต่ไม่เกินสิบแปดปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน, เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามและค้ามนุษย์” นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 ราย คือนายศุภชัย(สงวนนามสกุล)อายุ 36 ปี และนายสุวรรณ (สงวนนามสกุล)อายุ 65 ปี ความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น และ โดยทุจริตรับไว้ ซื้อผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีที่ถูกพรากไปเพื่อกำไรและเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย”

ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวอีกว่าคดีที่ 3 ชุดปฏิบัติการ TICAC รับการประสานแจ้งเบาะแส จาก NCMEC ผ่านสำนักงานในไทยของหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กระทรวงความมั่นคงแห่งสหรัฐอเมริกา พบว่ามีรายงานเบาะแสการตรวจพบการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก ผ่านบัญชีสื่อโซเชียลมีเดียในชื่อ “เรียนภาษาไทยกับครูอาร์ท” พบว่ามีการอัพโหลดสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก จึงนำข้อมูลดังกล่าวไปดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดทราบชื่อนายนันทพัทธ์(สงวนนามสกุล) ข้าราชการครูในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ต.จักราช อ.จักราช จ.นครราชสีมา ตรวจค้นบ้านพักครูพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 เครื่อง และเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 เครื่อง ตรวจสอบภายในโฟลเดอร์ชื่อ Business templates พบ 143 โฟลเดอร์ มีไฟล์คลิปวีดีโอ 8,935 คลิป ซึ่งนายนันทพัทธ์ รับว่าได้โหลดคลิปวีดีโออนาจารเด็ก มาเก็บไว้ภายในโฟลเดอร์ดังกล่าวและตรวจสอบภายในโฟลเดอร์ชื่อ Business student พบ 1 โฟลเดอร์ที่มีไฟล์คลิปวีดีโอ 639 ไฟล์ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายวีดีโอขณะกระทำชำเราและกระทำอนาจารเด็ก แล้วนำมาเก็บไว้ใน โฟลเดอร์ภายหลังได้นำของกลางทั้งสามรายการไปตรวจพิสูจน์พบของกลางเพิ่มเติม เป็นไฟล์ ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว แยกเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายเอง 33 รายการ ที่ดาวน์โหลด 11,783 รายการ ภาพเคลื่อนไหว ถ่ายเอง 400 รายการ ดาวน์โหลด 15,338 รายการ เป็นการดาวน์โหลดมาจาก twitter และทางสื่อโซเชียล สืบสวนและสอบสวนปากคำ นายนันทพัทธ์ รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับชายในคลิปวีดีโอที่พบในโทรศัพท์มือถือและเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนหลายไฟล์ และเป็นผู้ที่การกระทำชำเราและกระทำอนาจาร ซึ่งเด็กที่อยู่ในคลิปเป็นเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.จักราช ที่เคยเป็นครูประจำชั้นและเคยสอนพิเศษ ตั้งแต่ปี 2563 โดยขณะล่วงละเมิดทางเพศได้ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ และสามารถระบุชื่อเหยื่อได้ 13 ราย จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบว่า “กระทําชําเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบสามปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, ผลิตและมีไว้ครอบครองซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา ทำการสืบสวนหาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของครูดังกล่าว พบผู้เสียหายที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศและกระทำอนาจารเพิ่มอีก 9 ราย รวมผู้เสียหายในคดี จำนวน 22 ราย โดยเข้าให้การช่วยเหลือผู้เสียหาย และจะแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม

รอง ศพดส.ตร.กล่าวว่า คดีนี้หลังจากได้รับการประสานข้อมูลจาก ศูนย์เด็กหายและถูกฉวยผลประโยชน์แห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NCMEC) จึงเร่งสั่งการให้ชุดปฏิบัติการ TICAC ออกสืบสวนติดตามและจับกุมผู้ต้องหาทันที เพื่อให้สามารถหยุดยั้งพฤติการณ์ที่เป็นอันตรายต่อเด็กในชุมชนได้อย่างทันท่วงที โดยในคดีเหล่านี้ ผู้ที่กระทำผิดเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมที่ภายนอกจะได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองและตัวเด็กเอง แต่ได้อาศัยความใกล้ชิดและความไว้วางใจดังกล่าวในการกระทำอนาจารและแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากตัวเด็ก ดังนั้นเมื่อได้ทราบข้อมูลการกระทำผิดจึงต้องรีบเข้าช่วยเหลือและดำเนินคดีผู้กระทำผิดโดยเร็ว เพื่อเป็นการหยุดยั้งพฤติกรรมของบุคคลเหล่านี้ ทั้งนี้จึงอยากจะฝากไปยังพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันดูแลสอดส่องบุตรหลานของทุกท่าน รวมทั้งผู้ที่ท่านไว้ใจให้ดูแลใกล้ชิด เพื่อมิให้เกิดเหตุเช่นนี้กับลูกหลานของเราอีก โดยหากพบพฤติการณ์ในลักษณะเช่นนี้ สามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Advertisement