เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งที่ 5 คดี ‘มาร์ค-สุเทพ’ ฟ้อง ‘ธาริต’ เหตุจำเลยติดโควิดรอบ 2

7.09.22 | 12:04 น.

ศาลอาญา​เลื่อนอ่านคำพิพากษา​ศาลฎีกา​ครั้งที่ 5 คดี “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ฟ้อง “ธาริต” ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เหตุ​จำเลยติดโควิดรอบ 2 พร้อมนัดฟังคำสั่งอีกครั้ง 9 ธ.ค. 65 ศาลย้ำห้ามจำเลยใช้เทคนิคทางกฎหมายขัดขวางการอ่านคำสั่งในครั้งต่อไปอีก


เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI พร้อมพวกรวม 4 คน ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 200 วรรค 2 กรณีเมื่อระหว่างเดือนกรกฎาคม 2554 – 13 ธันวาคมปี 2555 จำเลยทั้ง 4 ในฐานะพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษสอบสวนและตั้งข้อหากับโจทก์ทั้งสอง ข้อหาสั่งฆ่าประชาชน ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและมีเจตนากลั่นแกล้งโจทย์ให้ต้องรับโทษ จากการที่ ศอฉ.ออกคำสั่งใช้กำลังเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.เมื่อปี 2553 ที่ชุมนุมขับไล่นายอภิสิทธิ์ ให้ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 4 คน ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาใหม่ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษากลับสั่งจำคุกจำเลยทั้ง 4 คน คนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา

ต่อมาจำเลยทั้ง 4 คน ยื่นฎีกา โดยจำเลยที่ 1 นายธาริต ยื่นคำร้องว่ามีพยานหลักฐานใหม่ในคดีขอให้ศาลฎีกาพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่ แต่เมื่อถึงวันเวลานัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา นายธาริต จำเลยที่ 1 กลับขอเลื่อนฟังคำสั่งทำพิพากษาออกไป ด้วยเหตุผลความจำเป็นด้านสุขภาพและความจำเป็นส่วนตัว ขอให้ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษา​ออกไปถึง 4 ครั้ง

Advertisement

ศาลจึงนัดอ่านคำพิพากษา​อีกครั้งในวันนี้ โดยจำเลยที่ 2-​4 เดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัด แต่จำเลยที่ 1 นายธาริต มีเพียงทนายความเดินทางมาพร้อมกับคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาออกไปอีก ด้วยเหตุผลว่า นายธาริต จำเลยที่ 1 ติดโควิดรอบ 2 เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงมีโรคประจำตัวหลายโรคทั้งเบาหวาน ความดัน เส้นเลือดในสมองตีบ ขณะนี้พักรักษาตัว​ในโรงพยาบาล​พญาไท​ 2 จึงขอให้ศาลเห็นใจเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปอีกครั้ง

ศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตตามคำร้องขอของทนายจำเลย พร้อมย้ำครั้งต่อไปห้ามจำเลยใช้เทคนิคทางกฎหมายขัดขวางการอ่านคำสั่งต่อไปอีก และหากจำเลยที่ 1 ยังอ้างเหตุผล​การป่วยขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษา​อีก ศาลจะไต่สวนคำร้องทันที พร้อมนัดฟังคำสั่งอ่านคำพิพากษาฎีกาอีกครั้งในวันที่ 9 ธันวาคม 2565 เวลา 09.30 น

นายไพบูลย์ โพธิ์น้อย ทนายความของ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้นายธาริตยื่นคำร้องขอเลื่อนเนื่องจากป่วยเป็นโควิดโดยมีใบรับรองเเพทย์เราไม่คัดค้าน แต่กรณียื่นคำร้องขอให้ส่งศาลฎีกาพิจารณาใหม่เราเห็นว่านายธาริตไม่เหตุตามกฎหมายยื่นเเล้ว ส่วนคำร้องของนางพะเยาว์ ตนมองว่าไม่ใช่ผู้เสียหายหรือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดี ถ้าหากนางนางพะเยาว์จะยื่นฟ้องควรเป็นคดีที่มีการฟ้องนายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่คดีนี้ตนก็ยื่นคัดค้านแต่การยื่นในวันนี้ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิจารณาจึงยื่นให้ศาลฎีกามีคำสั่งต่อไปและก็นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 9

นายไพบูลย์ โพธิ์น้อย ทนายความ

นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่ของ น.ส.กมลเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม ที่มายื่นคำร้องขอในฐานะผู้เสียหายในคดี กล่าวว่าที่มาในวันนี้มาในฐานะผู้เสียหายตอนที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯได้สั่งให้คดีสลายการชุมนุมอยู่ในการดำเนินการของดีเอสไอ เเละให้นายธาริตเป็นคนดำเนินการเเต่ข่วงนั้นนายธาริตเงียบมาตลอดไม่มีการแถลงข่าวตนเป็นคนไปประท้วงหน้าดีเอสไอ จนตอนหลังนายธาริตมีการทำสำนวนฟ้องคดีไป แต่กลับว่าคนที่ดำเนินการตามหน้าที่มีความผิด ตนเชื่อว่าประเทศไทยถ้ามีมาตรฐานแบบนี้ มันก็จะมีเหตุเหตุการณ์มีคนตายขึ้นมาอีก เเล้วคนที่ปฏิบัติหน้าที่ถูกฟ้องอีกเเล้วต่อไปใครจะทำคดี จะเห็นว่าที่มีการชี้การตายกว่า 20 ศพก็เป็นการดำเนินการของดีเอสไอยุคนายธาริต ตรงนี้คือสิ่งที่ประชาชนได้รับ

ตนมายื่นวันนี้ไม่ได้มาเป็นโจทก์ร่วมฟ้องนายธาริตแต่มายื่นเพื่อขอให้ศาลฎีกามีการพิจารณาคดีใหม่ให้ความเป็นธรรมให้กับนายธาริตซึ่งทำตามหน้าที่แล้วจะต้องมีความผิดด้วยหรือไม่โดยการรับฟังข้อเท็จจริงจากญาติผู้เสียชีวิตด้วยตนเห็นว่าการสั่งดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพของนายธาริตถูกต้องแล้ว