จากกรณีนายธีรพงษ์ ศิลาฤทธิ์ อายุ 50 ปี พลัดตกเรือโดยสารคลองแสนแสบ ท่าน้ำนานา ท้ายซอยสุขุมวิท15 ขณะเรือกำลังจะจอดเทียบท่าเพื่อให้ผู้โดยสารขึ้นจากเรือ เมื่อเวลา 06.10 น. วันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ สน.มักกะสัน นายวิเชียร ธรรมเสมอ อายุ 38 ปี ผู้ขับเรือคันเกิดเหตุ พร้อมนายพรชัย แซ่ย่าง อายุ 35 ปี กระเป๋าเรือคันเกิดเหตุ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.จาริต เร้าเสถียร รอง สว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน เพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ สน.มักกะสัน มีสื่อมวลชนมารอทำข่าวจำนวนมาก
ด้านนายพรชัย แซ่ย่าง อายุ 35 ปี กระเป๋าเรือ กล่าวว่า เรือออกจากท่าเรือวัดศรีบุญเรือง เวลา 05.30 น. ก่อนจะมาถึงท่าดังกล่าวประมาณ 06.00 น. ซึ่งขณะเกิดเหตุนั้นกำลังจะนำเชือกไปคล้องเสาเพื่อนำเรือเทียบท่า แต่มีผู้โดยสารคนแรกกระโดดบังเสาดังกล่าว ตนจึงคล้องเชือกไม่ได้ ก่อนจะตะโกนบอกว่าใจเย็นๆ อย่าเพิ่งกระโดด รอให้เรือจอดก่อน ซึ่งระหว่างนั้นผู้เสียชีวิตก็กระโดดตามผู้โดยสารคนแรก แต่ก้าวพลาด ทำให้ตกลงไปในน้ำ จึงรีบตะโกนบอกนายวิเชียรคนขับเรือว่ามีคนตกน้ำ ให้รีบนำหางเสือออกโดยเร็ว เนื่องจากที่หางเสือมีใบพัด เกรงว่าจะไปฟันถูกผู้ที่ตกน้ำ ขณะนั้นเหตุการณ์ชุลมุนมาก เพราะผู้โดยสารในเรือก็ต่างลุกฮือและพยายามชะโงกลงดูในน้ำ พวกตนจึงต้องบอกให้ใจเย็นๆ และนั่งลงก่อน
นายพรชัยกล่าวอีกว่า จากนั้นจึงรีบโทรศัพท์หาที่บริษัทเพื่อแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยคนที่ตกน้ำ ทั้งนี้จอดเรืออยู่บริเวณดังกล่าวประมาณ 30 นาที แต่ก็ไม่เห็นผู้เสียชีวิตโผล่ขึ้นมา ขณะเดียวกันผู้โดยสารคนอื่นๆ ก็ขอให้ไปส่งตามท่าที่เหลือ เนื่องจากต้องไปทำงาน พวกตนจึงขับเรือไปจอดตามท่าต่างๆ ตามหน้าที่ กระทั่งเมื่อเสร็จก็กลับไปยังบริษัท ก่อนจะเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน
“ผมรู้สึกแย่มาก เสียใจและรู้สึกผิดมาก เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผมทำงานที่นี่มา 5 ปี ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน และไม่เคยอยากให้มันเกิดขึ้น แต่ผมก็พยายามตะโกนบอกพวกเขาแล้ว แต่ไม่มีใครฟังผมเลย สำหรับผู้เสียชีวิตนั้น ผมเคยเจอเขาหลายครั้ง เพราะเขามักจะขึ้นเรือเที่ยวแรกเป็นประจำ เมื่อวานตอนเช้าก็ยังเจอ เก็บเงินก็จำเขาได้ พอเกิดเรื่องแบบนี้ ผมก็รู้สึกไม่ดี เหมือนกับเขามากับเรา แต่เราก็ต้องมาเห็นเขาตายไปแบบนี้” นายพรชัยกล่าวด้วยสีหน้าเศร้า
นายเชาวลิต เมธยะประภาส เจ้าของบริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากลูกน้องที่ขับเรือและได้ให้คนขับเรือและกระเป๋าลำดังกล่าวไปพบตำรวจที่ สน.มักกะสันแล้ว ขณะนี้ในเบื้องต้นทางบริษัทจะดูแลรับผิดชอบเรื่องการทำศพ ทั้งนี้ ต้องรอทางญาติของผู้เสียชีวิตประสานมาอีกครั้ง ส่วนทางด้านเรือนั้นมีประกันภัยอยู่แล้ว ก็จะต้องให้ทางประกันมาดูแลอีกครั้ง ส่วนในทางคดีให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย

