รศ.ดร.เสรี เผย คาดการณ์ยาก ปี 65 ท่วมเท่า 54 หรือไม่ ชี้ลักษณะ-พฤติกรรมน้ำแตกต่าง จับตา สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนนี้ตัวชี้วัด แนะเฝ้าระวังเขื่อนขนาดกลาง-เล็ก
เมื่อวันที่ 7 กันยายน รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงสถานการณ์ฝนในช่วงคืนวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมาว่า ไม่ใช่ฝนที่เกิดขึ้นตามปกติ โดยใน 2 วันนี้ ภาคที่หนักที่สุดคือ ภาคกลาง รวมถึงภาคตะวันออก จากนั้นในวันที่ 8 กันยายน จะขึ้นไปยังภาคกลางตอนบน และภาคเหนือตามลำดับ หลังวันที่ 10 กันยายนจะเบาลง โดยยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ในช่วงนี้รวมถึงสัปดาห์หน้าต่อไป โดยเฉพาะเขื่อนขนาดกลางและเล็ก สำหรับเขื่อนขนาดใหญ่ยังไม่น่าห่วง
“เขื่อนขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ไม่ต้องกังวล เพราะทราบว่าไม่มีปัญหา ต้องกังวลเขื่อนขนาดกลาง และขนาดเล็ก ทั่วไปที่เราไม่มีข้อมูล เพราะอยู่ในความเป็นเจ้าของ ของ อบต. จังหวัด และกรมชลประทาน เขื่อนขนาดกลางก็ต้องระวัง คำว่าระวังคือมีน้ำ 80% ขึ้นไป ต้องติดตามสถานการณ์” รศ.ดร.เสรีกล่าว
รศ.ดร.เสรีกล่าวว่า ภาพรวมในช่วงนี้ฝนหนัก จากนี้ต้องติดตามสถานการณ์ฝนเป็นรายสัปดาห์ แต่จากนี้ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนถือว่าหนักทั้งหมด
“สำหรับช่วงนี้ ก็ต้องดูต่อไป สัปดาห์หน้าจะเป็นอย่างไร สัปดาห์หนึ่งก็ต้องดูกันครั้งหนึ่งว่าทุกครั้งที่ตกลงมาน้ำจะไปอยู่ที่ไหน น้ำอยู่ในที่คุณ คุณก็สูบลงแม่น้ำ แล้วแม่น้ำก็ยกตัวสูงขึ้นกลับมาท่วมตัวคุณ ถ้าระบายไม่ทัน มันก็เป็นภาพรวมอย่างนี้ ถ้าระบายได้ทัน ลงแม่น้ำไปก็จบ ความสามารถในการระบายน้ำจะเป็นตัวชี้วัดว่าน้ำจะอยู่ขนาดไหน”
กันยายน ตุลาคม ถึงพฤศจิกายน มีร่องพาดผ่าน เราต้องติดตามรายสัปดาห์ ถามว่าประชาชนควรเริ่มเตรียมรับมือกับน้ำท่วมได้หรือยัง ควรรอให้ผ่านสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกันยายนไปก่อน เพราะจะเป็นช่วงตัดสินว่าประเทศไทยจะเจอกับปัญหาน้ำท่วมหรือไม่ เนื่องจากสัปดาห์ที่ 3 คือโหมดเฝ้าระวัง และจะเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่า น้ำค้างในทุ่งอยู่เท่าไร ส่วนตุลาคมเข้าโหมดเตือนคือรู้แล้วว่ามาแน่ แต่โหมดเฝ้าระวังคืออาจจะไม่มาก็ได้” รศ.ดร.เสรีกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า แนวโน้มสถานการณ์น้ำท่วมเป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจเทียบเท่าเหตุการณ์ใน พ.ศ.2554 รศ.ดร.เสรีกล่าวว่า คาดการณ์ยาก เนื่องจากลักษณะและพฤติกรรมของน้ำแตกต่างจากปีดังกล่าว
“พูดยากในเชิงของระดับน้ำที่จะเกิดขึ้น เพราะพฤติกรรมของน้ำต่างกัน ปี’54 น้ำระบายจากข้างบนมาเต็มแม่น้ำ ล้นเข้าทุ่งแล้วเข้าเมือง แต่ปีนี้ไม่มีน้ำระบายจากข้างบน แต่ฝนตกกลางทุ่ง น้ำท่วมกลางทุ่งแล้วค่อยระบายสู่แม่น้ำ ลงข้างล่าง ดังนั้นพฤติกรรมจึงกลับกัน ส่วนอย่างไหนจะหนักกว่ากันขึ้นอยู่กับฝนอย่างเดียว ถ้าเจอฝนทุกสัปดาห์หนักแน่นอน” รศ.ดร.เสรีกล่าว

