เกษตรกรชาวนา 7 ตำบล 3 อำเภอ เรียกร้องแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ พร้อมให้จังหวัดกำหนดราคากลางข้าว ผู้ว่าฯย้ำ ราคากลางไม่สามารถกำหนดได้ อยู่ที่กลไกตลาด
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 พฤศจิกายน เกษตรกรชาวนาจากอำเภอวังทรายพูน อำเภอสากเหล็ก และอำเภอเมืองพิจิตร กว่า 300 คน ได้เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดพิจิตร เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์ให้กับผู้ว่าราชการจังหวดพิจิตร เพื่อส่งต่อให้รัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำ และปัญหาเรื่องราคาข้าวที่โรงสีรับซื้อ โดยมีนางจิตรพิมาน แก้วทอง ตัวแทนเกษตรกรตำบลหนองปลาไหล อ.วังทรายพูน นายเทียนชัย เจียมศรีชัย ตัวแทนเกษตรกรตำบลหนองพระ อ.วังทรายพูน นายสมหมาย สนามทอง ตัวแทนเกษตรกรตำบลวังทรายพูน และนางละมัย สิงห์เถื่อน ตัวแทนเกษตรกรตำบลหนองปล้อง อ.วังทรายพูน โดยมีเกษตรกรชาวนาตำบลสายคำโห้ อำเภอเมืองพิจิตร และอำเภอสากเหล็กบางส่วนเข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้ จากนั้นได้นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดออกมารับหนังสือร้องเรียน
นางจิตรพิมาน กล่าวว่า ที่มาในวันนี้เพราะเกษตรกรชาวนาพวกเราอยู่ไม่ได้แล้ว โดยเฉพาะค่าปุ๋ย ค่ายา ค่ารถเกี่ยว ตอนนี้เราทำนาแล้วขาดทุนจากราคาข้าวตกต่ำ ซึ่งไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน อยากจะขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ตอนนี้มีการเก็บเกี่ยวข้าวไปแล้วเป็นบางส่วน ซึ่งวันนี้พวกเราได้ทำหนังสือถึงท่านประยุทธ์ จันทร์ปรีชา นายกรัฐมนตรีเพื่อให้ออกมาช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด โดยตอนนี้ชาวนาเกี่ยวข้าวได้ในราคา 5,800/เกวียน อีกอาทิตย์เดียวก็จะเก็บเกี่ยวหมดแล้ว ตอนนี้เหลือข้าวหอมมะลิ 105 เกวียน ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว เพราะโรงสีกดราคาข้าว ตรงนี้อยากให้รัฐบาลออกมาช่วยเหลือเกษตรกรเพราะเราเดือดร้อนกันจริงๆ หากไม่เดือดร้อน พวกเราคงไม่ออกมารวมตัวกันแบบนี้ ตรงนี้ฝากท่านผู้ว่าฯให้เร่งดำเนินการเร่งด่วน ซึ่งพวกเราอยากรู้ผลในเรื่องการช่วยเหลือ
ด้านนายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาช่วยเหลือเกษตรกรทางอ้อม โดยเฉพาะเรื่องเงินช่วยเหลือในการทำนาหมื่นบาท แต่เมื่อเกษตรกรเดือดร้อนในช่วงที่เก็บเกี่ยวผลผลิต รัฐบาลได้ให้เงินช่วยเหลือฟรี ไร่ละ 800/ไร่ แต่ไม่เกิน 15 ไร่ รวมแล้ว 12,000 บาท ซึ่งเป็นช่วยเหลือทางอ้อม เพราะราคาข้าวในตลาดโลกตกต่ำ อีกทั้งประเทศผู้ผลิตข้าวเป็นคู่แข่ง ทำให้ปัญหาเรื่องข้าวของเรามีปัญหามาโดยตลอด ส่วนที่บอกว่าทำไม่รัฐบาลไม่ช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาทางตรง เพราะเดิมทีจังหวัดพิจิตรไม่ได้อยู่ในข่ายของการช่วยเหลือ แต่หลังจากที่รัฐบาลทราบปัญหา ทางรัฐบาลได้ออกมาเยียวยาช่วยเหลือทางอ้อมอีก 12,000 บาท ซึ่งไม่เฉพาะที่พิจิตรที่เดียว แต่รัฐบาลช่วยเหลือชาวนาทั้งประเทศ โครงการรับจำนำข้าว จริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นโครงการรับจำนำข้าวหรอก เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่า ที่ผ่านมา เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวก็ขายเลย ตรงนี้แหละที่ทำให้เกิดปัญหา กรณีที่จะเรียกร้องให้ได้ราคา 10,000-12,000 บาท/เกวียนนั้น มันเป็นไปตามกลไกของตลาด

นางจิตรพิมาน กล่าวว่า ตอนนี้เกษตรกรยังไม่รู้เลยว่า พวกเราจะขายข้าวแบบไหน เพราะเราไม่รู้ราคากลางที่กำหนดแน่ชัด เพราะบางพื้นที่พ่อค้ากับโรงสี ซื้อเกวียนละ 5,500-5,600/เกวียน บางที่ก็ได้น้อยกว่านี้ ตรงนี้อยากให้ทางจังหวัดกำนดราคาที่ชัดเจนว่าโรงสี และผู้ซื้อข้าวกำหนดราคาอย่างไร เพราะเราอยู่ไม่ได้ ซึ่งเราอยากขายได้ในราคา 8,000-9,000 บาท/เกวียน
นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องราคากลาง ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ ต้องให้พาณิชย์จังหวัดออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ และตรวจสอบว่าโรงสีและกลุ่มพ่อค้าที่รับซื้อข้าวให้ความเป็นธรรมหรือไม่ เพราะแต่ละพื้นที่รับซื้อข้าวไม่เหมือนกัน ซึ่งข้อเท็จจริงเรื่องราคาข้าวนั้นเป็นไปตามกลไกตลาดข้าว จังหวัดกำหนดเองไม่ได้ ส่วนเรื่องการตรวจสอบโรงสีข้าวในเรื่องการรับซื้อข้าวนั้น ตรงนี้จะเป็นการป้องกันเรื่องการแทรกแซงราคาการตลาดโดยตรง ปัญหาเรื่องข้าวผมทราบและเข้าใจกลไกและปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ก็พยายามหาวิธีการช่วยเหลือมาโดยตลอด สรุปว่า วันนี้ผมจะรายงานไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อรับเรื่องที่เกษตรกรชาวนามาร้องเรียนผมในวันนี้ ซึ่งพรุ่งนี้คงรู้ผล
ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย. 2559) กลุ่มเกษตรกรจะส่งตัวแทนตำบลละ 2 คน มาที่ศาลากลางจังหวัดพิจิตร เพื่อรอผลการช่วยเหลือจากรัฐบาล ว่าจะให้การช่วยเหลือเกษตรกรอย่างไรต่อไป

