กทม.แถลงปรับแผนสู้น้ำ ‘วิศณุ’ รับมีจุดอ่อนหลายอย่าง พยากรณ์ไม่แม่น ตกวันเดียวเท่าครึ่งเดือนปี’64

8.09.22 | 17:57 น.

กทม.แถลงสถานการณ์น้ำ ‘วิศณุ’ รับมีจุดอ่อนหลายอย่าง พยากรณ์ไม่แม่น ตกวันเดียวเท่าครึ่งเดือนปี’64 เร่งปรับแผนสู้น้ำท่วม

เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯกทม.) พร้อมด้วย นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษก กทม. และนายณรงค์ เรืองศรี รองปลัด กทม. แถลงข่าวเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ

นายณรงค์กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะทางเหนือ เขตบางเขน มีฝนตกปริมาณ 178 มิลลิเมตร โดยทางกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่าช่วงนี้ มีความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ลงมาปกคลุมประเทศไทย ประกอบกับมีร่องมรสุม เลื่อนลงผ่านทางภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก รวมถึงลมทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ ที่นำความชื้นจากทะเลอันดามัน ปรากฏการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ทำให้เกิดฝนตกหนักในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งตามสถิติ ปี 2565 ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปัจจุบัน มีฝนตกสะสม 1,369.5 มิลลิเมตร ซึ่งต้องเฝ้าระวังถึงเดือนตุลาคม ปี 2564 มีฝนตกสะสม 1,907.5 มิลลิเมตร และฝนคาบเฉลี่ย 30 ปี 1,689.7 มิลลิเมตร

ปัจจุบันปริมาณน้ำเหนือ ที่จุดวัดบางไทร มีปริมาณ 1,895 ลูกบาศก์เมตร/วินาที กทม.รองรับได้ 3,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งทางกรุงเทพฯ ยังไม่ได้รับผลกระทบตรงนี้มากนัก ด้านน้ำทะเลหนุนสูงสุด เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา +2.04 เมตร เมื่อเทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่ระดับคันกั้นแม่น้ำเจ้าพระยา สูง 3 เมตร

นายณรงค์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ได้เตรียมพร้อมให้เร่งระบายน้ำ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชน จัดรถรับส่งประชาชนในภาวะน้ำท่วม ส่วนฝนที่ตกมาในวันนี้ อาจกระทบกับประชาชนในพื้นที่ริมคลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าว ที่น้ำอาจล้นตลิ่ง ซึ่ง กทม.จะเร่งระบายน้ำในคลองสายหลักออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

ด้าน รศ.ดร.วิศณุกล่าวว่า ตอนนี้ปริมาณน้ำฝนตกวันเดียว เทียบได้กับครึ่งเดือนของปีที่แล้ว จึงตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมของฝนคาดการณ์ยากขึ้น และฝนตกแช่ การรับมือจึงต้องเข้มข้นมากขึ้น กทม.จึงพยายามพร่องน้ำคลองสายหลักให้เร็วขึ้น ต้องยอมรับว่าจุดอ่อนคือ กทม.คาดการณ์ฝนเฉพาะเจาะจงไม่ได้ เรดาร์ตรวจอากาศจะเห็นเมื่อเป็นฝนแล้ว

Advertisement

จุดอ่อนของทั้งประเทศ คือการคาดการณ์พยากรณ์ เราไม่ได้แม่นขนาดที่จะบอกได้ว่ากี่ชั่วโมงที่จะตกขนาดนั้น อย่างเมื่อวานที่กรมอุตุฯ แจ้งว่าบ่าย 3 ฝนจะตก แต่จริงๆ ตกเบาไม่ได้มากนัก แต่ไปตกชวงกลางคืนแทน” รศ.ดร.วิศณุกล่าว

รศ.ดร.วิศณุกล่าวอีกว่า ตามสถิติเดือนกันยายน เป็นเดือนที่ฝนตกมีปริมาณมากที่สุด โดยเฉพาะตั้งแต่วันนี้ ถึง 12 กันยายนนี้ ซึ่งตั้งแต่บ่ายนี้เป็นต้นไป จะมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง และจะตกมาเติมน้ำในโซนบางเขน หลักสี่ ซึ่งมีโอกาสจะเกิดน้ำท่วมสูงอีกครั้ง โดยพยายามเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทางด้านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ด้านคลองบางเขนจะเพิ่มเครื่องสูบน้ำเข้าไป และด้านคลองบางซื่อ

“ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารของ กทม.เพราะจะมอนิเตอร์และรายงานสถานการณ์ให้ประชาชนทราบล่วงหน้า 2 ชั่วโมง ส่วนเรื่องการจราจร หากน้ำท่วมสูง ประชาชนสัญจรกลับบ้านไม่ได้ กทม.จะประสานและจัดเตรียมรถทหาร เทศกิจ บริการตามสถานีรถไฟฟ้าหลัก” รศ.ดร.วิศณุกล่าว

รศ.ดร.วิศณุกล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์น้ำตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ยังสามารถรับมือได้ เพราะมีแนวคันกั้นน้ำสูงกว่า 3 เมตร ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำสูง 1.85 เมตร แต่จุดฟันหลอยังต้องเสริมความแข็งแรงให้แนวกั้น ยอมรับว่ารถสูบน้ำเคลื่อนที่ (โมบายยูนิต) กทม.มีเพียง 4 เครื่อง แต่มีเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กกระจายอยู่ตามสำนักงานเขตทั้ง 50 แห่งแล้ว โดยอนาคตมีแผนจะจัดซื้อ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากกรมชลประทาน ในการส่งเครื่องสูบน้ำมาสนับสนุนภารกิจของ กทม.

“เมื่อวานมีการประชุมใหญ่ทุกส่วนของ กทม. ซึ่งไม่ใช่แค่เขต คือ ถ้าฝนตกให้สำนักงานเขตรับผิดชอบคนเดียวไม่ได้ ต้องเอาพละกำลังของทุกเขต ของสำนักงานส่วนกลางลงไปช่วยด้วย” รศ.ดร.วิศณุกล่าว

รศ.ดร.วิศณุเผยว่า จากการลงพื้นที่เห็นจุดอ่อนหลายอย่าง จึงต้องนำหน่วยช่วยเหลือลงพื้นที่ก่อน ก่อนที่น้ำจะท่วม รวมถึงอาศัยข้อมูลจากศูนย์ป้องกันน้ำท่วม ที่ต้องมีการแจ้งให้เร็วขึ้น และให้ถึงตัวประชาชนด้วย ไม่ใช่แค่ทีมงานหลังบ้าน

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมพร้อมวางแผนการเดินทางล่วงหน้า หรือหากพบเหตุน้ำท่วมขังหรือต้องการความช่วยเหลือ แจ้งได้ที่ช่องทาง Traffy Fondue, สายด่วน 1555, ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม โทร 0-2248-5115 (สำหรับถนนสายหลัก) พร้อมติดตามสถานการณ์ได้ที่เฟซบุ๊ก ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร และกรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์