ชัชชาติ จ่อถกรัฐรับหนี้สายสีเขียว ‘เคที’ ยื่นอุทธรณ์ก่อน 7 ต.ค. เผยค่าจ้างเดินรถลดได้อีกโข

10.09.22 | 14:08 น.

“ชัชชาติ” จ่อถกรัฐรับหนี้สายสีเขียวต่อขยาย 2 “เคที” ยื่นอุทธรณ์ก่อน7ต.ค.เผยค่าจ้างเดินรถลดได้อีกโข

วันที่ 10 กันยายน นายธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) วิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า หลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 7 กันยายนให้กทม.และกรุงเทพธนาคม ร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยค่าจ้างเดินรถ และซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า และช่วงอ่อนนุช–แบริ่ง จำนวน 2,348.65 ล้านบาท กับส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ จำนวน 9,406.41 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 11,755 ล้านบาท ให้กับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี โดยเคทีจะยื่นอุทธรณ์ก่อนวันที่ 7 ตุลาคม 2565

เคทีคาดมูลหนึ้1.17 หมื่นล้านลดได้อีกโข

นายธงทอง กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทที่ปรึกษาอยู่ระหว่างตรวจสอบตัวเลขค่าจ้างเดินรถจะสรุปในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งในเบื้องต้นมีตัวเลขบางส่วนที่ทุกฝ่ายร่วมกันว่าต้องดำเนินการชำระหนี้ต่อไป แต่มีบางส่วนที่ต้องทบทวนตัวเลข ค่าต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป และยังมีความเห็นไม่ตรงกัน ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ซึ่งเคทีจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฯให้พิจารณาใหม่ ในส่วนที่เห็นต่างกันนี้ เพราะดูแล้วค่าจ้างเดินรถจะลดลงได้อีกมากจากยอดที่ศาลฯสั่งให้จ่าย 11,755 ล้านบาท ขณะเดียวกันจะหารือกับกทม. และเจรจากับบีทีเอสต่อไป

“ชัชชาติ”จ่อถกรัฐช่วยรับภาระหนี้

“ส่วนจะนำมาเงินจากไหนมาชำระหนี้นั้น ต้องหารือร่วมกันในทุกประเด็นและทุกวิถีทาง โดยได้หารือร่วมกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.ว่าอาจจะทบทวนสัญญาจ้างเดินรถส่วนต่อขยายที่2 เพราะเกี่ยวข้องนโยบายของรัฐบาล โดยผู้ว่าฯจะหารือไปทางรัฐบาลกลางว่าจะสามารถรับภาระหรือแก้ปัญหาส่วนไหนได้บ้างจากหนี้ที่เกิดขึ้น” นายธงทองกล่าว

เผยยอดหนี้ลดลงได้หลัก10%

แหล่งข่าวจากเคทีกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กำลังให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมรายละเอียด เพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อศาลโดยเร็ว โดยคำอุทธรณ์จะเป็นเรื่องค่าจ้างเดินรถยังกทม. เคทีและบีทีเอสซี ยังมีความเห็นต่างกันอยู่ในหลายรายการ โดยเฉพาะองค์ประกอบต่างๆที่เป็นตัวแปรนำเป็นคิดเป็นสูตรคำนวณที่บีทีเอสซีคิดอัตราคงที่ทั้งหมด ไม่ได้คิดตามค่าผันแปรที่เปลี่ยนแปลงเป็นรายเดือน เช่น ค่าเอฟทีที่บีทีเอสซีจะคิดอัตราสูงสุด อัตราแลกเปลี่ยน โดยบริษัทที่ปรึกษาตรวจสอบตัวเลขแล้วอาจจะลดได้อีกเป็นหลัก 10% จากยอดเงินที่ศาลสั่งจ่าย 11,755 ล้านบาท ซึ่งในเดือนตุลาคมนี่ตัวเลขที่ชัดเจนจะออกมา

เก็บค่าตั๋วต่อขยาย 15 บาทก.ย.นี้

แหล่งข่าวจากกทม.กล่าวว่า การเก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยายทั้งส่วนที่1และส่วนที่2 ทางผู้บริหารพยายามจะให้ทันภายปลายเดือนกันยายนนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเรื่องเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมสภากทม.เพื่ออนุมัติงบประมาณให้กทม.เพราะถึงเก็บรายได้แล้ว แต่ยังส่วนต่อขยายยังขาดทุนอยู่ประมาณ 6,000 ล้านบาท/ปี เนื่องจากยังต้องจ่ายค่าจ้างเดินรถให้บีทีเอสซีประมาณ 7,000 ล้านบาท/ปี

Advertisement

“ สำหรับค่าโดยสารมี 2 โมเดล คือ 1.เก็บส่วนต่อขยาย 15 บาทตลอดสาย แต่เมื่อเข้าระบบสัมปทานของบีทีเอส จะเก็บสูงสุดไม่เกิน 59 บาท จะทำให้กทม.จะมีรายได้ 1,899 ล้านบาท/ปี และ2.เก็บตามระยะทาง เริ่มต้น 14 บาท สูงสุดไม่เกิน 59 บาท ทำให้กทม.มีรายได้ 1,917 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 โมเดลจะเก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียวคือสถานีต้นทาง และมีแนวโน้มที่จะผู้ว่าฯกทม.จะใช้โมเดลเก็บ 15 บาทตลอดสาย เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชนมากเกินไป” แหล่งข่าวกล่าว