วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น.ที่ห้องประชุม กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 แหลมพันวา ตำบลวิชิต อำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ต พล.ร.ต.เจริญพล คุ้มราษี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เป็น ประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดขบวนเรือเพื่อร่วมกิจกรรมแสดงความอาลัยพิธีจุดเทียนและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายนนี้ที่ บริเวณแหลมพรหมเทพ ตำบลราไวย์อำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว ปลัดจังหวัดภูเก็ต, นางบุษยาใจเปี่ยม ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต,นาวาเอกสุทธิศักดิ์ ช่วยเมืองปักษ์ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนทัพเรือภาคที่3,ผู้แทนตำรวจน้ำ,สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต,ช่างภาพกระทรวงวัฒนธรรม, กรมทรัพยากรชายฝั่งทางทะเล ,นายสมยศ วงศ์บุญยกุล นายกสมาคมชาวประมงภูเก็ตและ นายอิศรพงษ์ ศรีสุภาวดี เข้าร่วมประชุมด้วย
โดยที่ประชุมสรุปจัดขบวนเรือประมาณ 50 ลำ ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมแบ่ง เป็น 3 ขบวน คือขบวนเรือที่ 1 ประกอบด้วยเรือ ตรวจการ 113 และเรือประมง 21 ลำ ขบวนเรือที่ 2 ประกอบด้วย เรือ เรือหลวงแกลงตามด้วยเรือกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่6 จังหวัดภูเก็ต และเรือประมงจอีก9 ลำ ขบวนเรือที่ 3ประกอบด้วยเรือ ตำรวจน้ำ 814 และเรือประมงจำนวน 21 ลำโดยมีเรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค 5 ภูเก็ต
ในขณะที่เรือศุลกากร จะทำหน้าที่เป็นเรือรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีเรือยอชต์จำนวนหนึ่งที่จะเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วยสำหรับเรือทุกลำจะประดับด้วยธงชาติไทย และเปิดไฟรอบตัวเรือตามเสากระโดงและไฟแสงสว่างภายในเรือที่มีอยู่
พล.ร.ต.เจริญพล กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้จะเป็นจัดขบวนเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเพื่อร่วมแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อกองทัพเรือและชาวประมง

ส่วนนายสมยศ วงศ์บุญยกุล นายก สมาคมชาวประมงภูเก็ต กล่าวว่า เรือประมงทั้งหมดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจะพร้อมใจกันออกมาร่วมกิจกรรมให้มากที่สุดเพื่อแสดงความอาลัยและแสดงความจงรักภักดี
ขณะที่นางบุษยา ใจเปี่ยม ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ยังประชุมร่วมกับผู้แทนสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต และช่างภาพกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อวางแผนการถ่ายภาพกิจกรรมให้ออกมาให้ดีและสมบูรณ์ที่สุด
ในเบื้องต้นกำหนดจุด กล้องภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและกล้องมุมสูง(โดรน)ไว้มากถึง20 ตัว ให้ครอบคลุมพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อบันทึกภาพความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมประมาณ20,000 คนและบรรยากาศที่สวยงามทั้งหมดเพื่อบันทึกภาพเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของจังหวัดภูเก็ตด้วย

