บิ๊กโจ๊ก ลั่น ปราบค้ามนุษย์อย่างหนักหน่วง หลังรับ 2 เคส ‘ปวีณา’ ลั่นผุดวอร์รูมลุย

12.09.22 | 13:49 น.

บิ๊กโจ๊ก ลั่น ปราบค้ามนุษย์อย่างหนักหน่วง หลังรับข้อร้องเรียน 2 กรณีจาก “ปวีณา” ผุดวอร์รูมเดินหน้าลุย


เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่สโมสรตำรวจ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี พาผู้เสียหายวัย 16 ปี ที่ถูกหลอกไปค้าประเวณีที่ประเทศเมียนมา พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานการสนทนาหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อพูดคุยเข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผอ.ศพดส.ตร.) เพื่อขอให้สืบสวนติดตามและดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายข้ามชาติกลุ่มนี้

โดย นางปวีณา เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ครอบครัวเหยื่อวัย 16 ปี ได้ร้องทุกข์เข้ามายังมูลนิธิปวีณา หลังลูกสาวถูกหลอกให้ไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะและถูกบังคับให้ค้าประเวณี ที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ทางมูลนิธิจึงพาครอบครัวผู้เสียหายไปร้องทุกข์ที่กรมการกงสุลฯ และประสานทหารเมียนมาชุด TBC ที่ดูแลพื้นที่แม่สอดเมียวดีเข้าไปพาตัวออกมาจากร้านคาราโอเกะที่ถูกหลอกไปทำงาน จนสามารถพาตัวเหยื่อกลับมายังประเทศไทยได้เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา

ขณะที่ แม่ของเหยื่อผู้เสียหายวัย 16 ปี เล่าว่าลูกสาวได้ถูกคนไทยทักมาในเฟซบุ๊ก ชักชวนให้ไปทำงานร้านคาราโอเกะ อ้างว่าจะให้ค่าตอบแทนทำงาน 5 วัน จำนวนเงิน 50,000บาท ลูกสาวจึงมาขอตนว่าอยากไปทำงาน ตนถึงให้ไป แต่ปรากฏว่าลูกสาวทักข้อความมาบอกว่าตัวเองถูกหลอกและถูกบังคับให้ค้าประเวณี ก่อนบอกว่าอยากตาย ตนจึงรีบไปแจ้งความตำรวจแต่ก็ไม่มีความคืบหน้าจึงตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณา

Advertisement

ด้าน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ได้มอบหมาย ผบ.ตร.มารับข้อมูล นางปวีณา ทั้งกรณี ฟิลิปปินส์ และเมียนมา ทั้งการหลอกลวงเด็ก หลอกลวงลงทุนคริปโท แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีตลอด โดยเฉพาะพื้นที่แนวชายแดน ดังนั้นทั้งสองกรณี นางปวีณาได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วตนได้รับช่วงต่อในการดำเนินคดี ข้อมูลทั้งหมดได้หารือนางปวีณามาก่อนแล้ว จะไล่เส้นทางการเงิน การใช้โทรศัพท์ ซึ่งจะสอบสวนต่อ จะดำเนินคดีทั้งคนไทยที่ร่วมกันหลอกลวงใช้โซเชียลฯ และคนไทยในต่างแดน และคนจีน คนพม่าที่อยู่ในต่างแดน ทั้งกรณีการค้ามนุษย์ และละเมิดเด็ก และสตรี ในปีนี้ ผบ.ตร.จะเน้นปราบปรามให้หนักหน่วง ใช้การป้องกันนำเป็นหลัก กรณีดังกล่าว การหลอกลวงโซเชียลออนไลน์ ที่ตอนนี้ ไม่ใช่ 1 ต่อ 1 แต่เป็น 1 ต่อร้อย ได้ตั้งวอร์มรูมที่สโมสรตำรวจ หลังจากได้รับข้อมูลจะออกหมายจับทั้งในและต่างประเทศ โดยเริ่มจากคนไทยที่ร่วมมือกับต่างชาติแล้วมาหลอกคนไทยด้วยกัน หากไม่มีคนไทยที่หลอกคนไทยด้วยกันเองตั้งแต่แรกก็จะไม่มีคนถูกหลอกไปเป็นค้ามนุษย์ในลักษณะนี้