วันที่ 11 พ.ย.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิสิฐ เสือสมิง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)สมุทรสงคราม นำเจ้าหน้าที่จาก อบจ.สมุทรสงคราม เร่งทำธูปชุบน้ำมันยางและเทียนที่ใช้ปักในกระทงกาบกล้วยจำนวน 2 แสนดอกเพื่อเตรียมพร้อมใช้ในงานประเพณีลอยกระทงสายกาบกล้วยขึ้น โดยคาดว่าจะเสร็จภายในสัปดาห์นี้
นายพิสิฐ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 21 เมษายน2503 เรื่อง การอนุรักษ์ประเพณีไทย ความว่า ….ประเพณีทั้งหลายย่อมมีประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของแต่ละคน เรามีประเพณีของชาติไทยเป็นสมบัติ เราควรจะยินดีอย่างยิ่งและช่วยกันส่งเสริมรักษาไว้เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ…” จังหวัดสมุทรสงครามจึงฟื้นฟูประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลองซึ่งก่อนหน้านี้ได้หายไปนานหลายสิบปี กลับคืนมาอีกครั้งเมื่อปี 2548 เนื่องจากกระทงกาบกล้วยเกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เรียบง่าย เพียงนำธูปที่เตรียมไว้ลงมาปักที่กาบกล้วยและปล่อยลงแม่น้ำแม่กลองเป็นช่วงๆ บริเวณหน้าวัดท้องคุ้ง ต.สวนหลวง อ.อัมพวา จนถึงหน้าที่ว่าการอำเภออัมพวา เพื่อให้ทั้งท้องน้ำสว่างไสวไปด้วยแสงไฟของธูปในกระทง

นายพิสิฐ กล่าวว่า แต่เนื่องจากปีนี้อยู่ในช่วงเวลาแห่งการถวายความอาลัย เทศกาลลอยกระทง ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 14พฤศจิกายน 2559 อบจ.สมุทรสงครามจึงงดจัดงานรื่นเริงต่างๆทั้งกิจกรรมบนเวทีเช่น การประกวดนางนพมาศ กิจกรรมไหลเรือไฟ และการจุดพลุดอกไม้ไฟต่างๆแต่ยังคงจัดการลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลองเหมือนเดิม เพื่อถวายความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมยืนสงบนิ่งไว้อาลัย และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนจะอัญเชิญกระทงพระประทีป ซึ่งได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ลอยเป็นปฐมฤกษ์ เพื่อเป็นการสักการะบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและลอยความทุกข์โศกไปกับกระทง และเริ่มปล่อยกระทงกาบกล้วย จำนวน 2 แสนใบ ตั้งแต่เวลา 19.00 น.เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดสมุทรสงครามร่วมลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง ที่บริเวณท่าน้ำวัดภูมรินทร์กุฎีทอง ต.สวนหลวง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เพื่อร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่ตลอดไป ตามพระบราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เรื่อง การอนุรักษ์ประเพณีไทย

