2 เหลือม บุกกรมอุทยานฯ ฉกเหวอะ ขา จนท. อธิบดีสั่ง วางกำลังสกัดจับ
วันที่ 14 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ว่า เวลานี้ เจ้าหน้าที่หลายคน อยู่ในความหวาดกลัว เนื่องจาก มีงูเหลือมขนาดใหญ่ 2 ตัว ออกมากัด ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ถึง 2 คน ด้วยกัน โดย คืนที่ผ่านมา ได้มีงูเหลือมขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง ซ่อนอยู่ในลังกระดาษที่วางอยู่หน้าลิฟท์ เมื่อมีเจ้าหน้าที่ 3 คน เดินมากำลังจะขึ้นลิฟท์ งูเหลือมก็พุ่งมาฉกกัด เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวบริเวณข้อเท้า ได้รับบาดเจ็บ มีรอยเขี้ยว และรอยเขียวคล้ำ
อีกรายเป็นเจ้าหน้าที่ระดับผู้อำนวยการกองคนหนึ่ง มาทำงานแต่เช้า ก่อนทำงานได้ใส่บาตรพระ เสร็จแล้วเดินไปกรวดน้ำ ตรงบริเวณอาคารตึกญี่ปุ่น และถูกงูเหลือม ฉกกัดเช่นเดียวกัน คาดว่า เป็นงูเหลือมคนละตัว กับที่ฉกกัดเจ้าหน้าที่หน้าลิฟท์
ทั้ง 2 เหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความหวาดกลัวให้เจ้าหน้าที่ที่ต้องเดินผ่านไปผ่านมาระหว่างตัวตึกกรมอุทยานแห่งชาติอย่างมาก ทั้งนี้เพราะภายในกรมอุทยานฯมีต้นไม้จำนวนมาก รวมทั้งมีบ่อน้ำอยู่หลายจุดอีกด้วยเป็นแหล่งอาศัยของงูอย่างดี ซึ่งนอกจากงูเหลือ แล้ว ยังมีตัวเหี้ยอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณใกล้กับ อาคารวนาลี ที่เป็นโรงอาหาร ที่อยู่ติดกับสระน้ำและสวนป่า โดยทุกๆวันเจ้าหน้าที่จะเห็นตัวเหี้ยทั้งตัวเล็กและตัวเต็มวัยออกมาเดินไปมาเป็นประจำ
นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ทราบเรื่องนี้แล้ว สั่งการให้ นายสัตวแพทย์(น.สพ.)ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้าฝ่ายจัดการสุขภาพสัตว์ป่า วางกำลังเพื่อจับงูทั้ง 2 ตัวให้ได้ภายในวันนี้ โดยเวลานี้เป็นฤดูฝน ฝนตกหนัก คาดว่า งูจะออกมาจากท่อน้ำเพราะน้ำท่วมท่อตั้งแต่วันที่ 12-13 กันยายน
น.สพ.ภัทรพล กล่าวว่า เข้าใจว่างูเหลือมที่ออกมาฉกกัดเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 รายนั้นเป็นงูเหลือมที่ยังอายุน้อย ยังไร้เดียงสา ที่บอกว่าไร้เดียงสา เพราะเป็นลูกงูที่ไม่เคยออกไปไหน อยู่แต่ในท่อ คอยจับหนู หาอาหารในท่อน้ำ เมื่อฝนตกลงมาน้ำท่วมท่อ งูเหล่านี้จึงออกมาจากท่อ และด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิต จึงไม่มีความระมัดระวัง เมื่อเจอคนทำให้ตกใจก็จะฉกกัด แต่ถ้าหากเป็นงูมีอายุมีประสบการณ์ก็มักจะหลบซ่อน และมีความระวังตัวมากเป็นพิเศษ
“ตอนกลางวันมีคนค่อนข้างมาก และแดดร้อน งูจะหลบอยู่ในที่มิดชิด แต่จะออกมาหากินตอนเย็นๆหรือค่ำๆ ทั้งนี้ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าปฏิบัติการจับงูทั้ง 2 ตัวให้ได้ให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งเตือนเจ้าหน้าที่ หากเดินไปในที่รกทึก หรือจุดเสี่ยงต้องเพิ่มความระวังเป็นพิเศษ”น.สพ.ภัทรพล กล่าว

