เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา กทม.2 ดินแดง มีการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2565 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
ในตอนหนึ่ง นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาขอให้กรุงเทพมหานครเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่โซนตะวันออกโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้พระสงฆ์ในวัด ประชาชนในชุมชน และประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาในพื้นที่ 3 แขวง ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งสำนักงานเขตลาดกระบัง สำนักการระบายน้ำได้สนับสนุนกระสอบทรายให้บางส่วน และสำนักสิ่งแวดล้อมได้มอบห้องน้ำเคลื่อนที่เพื่อบรรเทาปัญหาในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม พบว่าเครื่องสูบน้ำซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพตะวันออกบางจุดขัดข้องและยังไม่ได้รับการแก้ไข รวมถึงประตูระบายน้ำไม่มีการระบายน้ำจากพื้นที่จากตะวันออกไปตะวันตก และยังขาดเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำ ดังนั้น จึงขอทราบแนวทางการบริหารจัดการน้ำของ กทม. รวมถึงขอเสนอแนะแนวทางการแก้ไขระยะยาว ดังนี้ 1.เพิ่มประตูระบายน้ำและเขื่อน 2.เพิ่มเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ และ 3.ลอกท่อและลอกคลองอย่างเป็นระบบ
จากนั้น ส.ก.ได้ร่วมกันอภิปรายประเด็นปัญห้ำท่วมในพื้นที่หลายท่าน อาทิ นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง ขอให้ กทม.สำรวจเส้นทางน้ำดอนเมือง หลักสี่ ว่ามีสิ่งกีดขวางหรือไม่ ทำให้ทางเดินน้ำไม่สะดวก นายนริสสร แสงแก้ว ส.ก.เขตบางเขน กล่าวว่า เขตบางเขนน้ำสูงวิกฤตมาก ขอสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ รวมทั้งขอให้กรุงเทพมหานครดูแลพื้นที่ก่อสร้างไม่ให้มีเศษหินปูน กีดขวางทางระบายน้ำ และให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครื่องมือต่างๆ ให้มีความพร้อมในการใช้งาน

นางสาวรัตติกาล แก้วเกิดมี ส.ก.เขตสายไหม กล่าวว่า ไม่ว่าเครื่องมือจะดีแค่ไหน แต่ลำคลองยังมีผักตบชวาอัดแน่น จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาการระบายน้ำได้เลย เหมือนกับเส้นเลือดที่อุดตัน ดังนั้น จึงขอให้สำนักการระบายน้ำให้ความสำคัญกับการขุดลอกคูคลองให้มากขึ้น รวมถึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) จัดสรรกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ให้เพียงพอ
นางสาวปิยะวรรณ จระกา ส.ก.เขตสวนหลวง ขอให้ฝ่ายบริหารเร่งรัดเยียวยาดูแลผู้ประสบภัย และให้เขตสำรวจข้อมูลผู้ประสบภัยและส่งให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อให้การช่วยเหลือเร่งด่วนโดยเร็ว
ด้าน นางสาวมธุรส เบนท์ ส.ก.เขตสะพานสูง กล่าวถึงปัญหาหมู่บ้านใหญ่ในพื้นที่ซึ่งน้ำยังไม่ลด และระดับน้ำในคลองยังไม่ลด ประกอบกับโครงการบ้านจัดสรรใหม่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น กีดขวางทางเดินน้ำ จึงขอให้ฝ่ายบริหารวางแผนผังเมืองและหาแนวทางแก้ไข รวมถึงป้องกันปัญหาโรคที่จะตามมา และลูกบอลอีเอ็มเพื่อบำบัดน้ำเสีย
นายฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา ขอให้สำนักการระบายน้ำสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องสูบน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่เพิ่มเติม
ต่อมา นายสมบัติ วรสินวัฒนา รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. ชี้แจงที่ประชุมสภา กทม. ว่า ช่วงที่ผ่านมากรุงเทพมหานครมีฝนตกต่อเนื่อง เต็มพื้นที่มาโดยตลอด และพบว่าฝนเดือน ก.ย.ปีนี้มากกว่าค่าเฉลี่ยฝนในเดือนเดียวกันปีที่แล้ว และสูงสุดในรอบ 30 ปี ทั้งนี้ สำนักการระบายน้ำได้วางผังการบริหารจัดการน้ำไว้เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งได้ร่วมมือกรมชลประทาน กองทัพไทย กองทัพเรือ ใช้เครื่องสูบน้ำแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต่อเนื่อง ในส่วนของปัญหาของเขตลาดกระบัง ขณะนี้สถานีสูบน้ำพระโขนงซึ่งมีกำลังสูบ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ได้สูบน้ำออกจากพื้นที่ไปแล้ว 130 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือในพื้นที่อีก 40 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากไม่มีฝนเพิ่มจะใช้เวลาระบายน้ำในเขตลาดกระบัง 4 วัน ทั้งนี้ สำนักการระบายน้ำจะได้เร่งระดมเครื่องมือ เครื่องจักร และบุคลากรทำงานระบายน้ำในทุกพื้นที่อย่างเต็มที่เพื่อลดผลกระทบกับประชาชน

