อนุทิน บอก! รู้อยู่แล้ว พ.ร.บ.กัญชาฯ จะถูก 3 พรรคสกัด
เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีข่าวคว่ำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ. … ในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 14 ก.ย.65 ว่า ไม่ได้เป็นการคว่ำร่าง แต่ให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง(กมธ.กัญชาฯ) กลับไปทบทวน เพราะยังไม่มีการพิจารณาแม้แต่มาตราเดียว ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะ สธ.มีความรอบคอบตั้งแต่แรก ทราบมาตั้งแต่แรกว่า สิ่งนี้จะเกิดขึ้น เพราะเป็นการทำให้พรรคการเมืองหนึ่งมีแต้มต่อเหนือพรรคการเมืองอื่น ฉะนั้น รัฐมนตรีว่าการ สธ.มองเห็นมานานแล้ว จึงเร่งปลดล็อกและใช้ประกาศของกระทรวงฯ ไปกำกับดูแลให้รอบคอบ แม้ว่า ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ จะไม่ได้รับการพิจารณาแต่ยังมีกฎหมายดูแลอยู่ ซึ่งก็จะไปไล่ดูกฎหมาย ประกาศ สธ.ที่มีความสอดคล้องกับมาตราต่างๆ ใน ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ทั้ง 95 มาตรา ออกมาปรับใช้ เพื่อไม่ให้เกิดความกังวล หรือความตระหนก

“ดูท่าทางแล้วเขาดึงเกมยาวแน่ ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ นี้เป็นเกมการเมืองอยู่แล้ว ในวาระแรกมี 45 มาตรา ทุกคนรับหลักการหมด หากจะทำให้หละหลวมขึ้นก็ต้องลดมาตราเหลือแค่ 10 มาตรา แต่นี่เพิ่มขึ้นเป็น 95 มาตรา จะหละหลวมได้อย่างไร โดยส่วนที่เพิ่มมาก็มาจากที่เรารับฟังประชาชน ทำให้เป็น พ.ร.บ.ที่สมบูรณ์ ซึ่งใน กมธ.กัญชาฯ ก็มีผู้ทรงคุณวุฒิจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แพทย์ต่างๆ ดังนั้นคิดอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเป็นการทำร้ายประชาชน แต่ภูมิใจไทยไม่เกี่ยว เพราะเรารักประชาชน ให้กฎหมาย กยศ.ผ่าน โดยไม่มีดอกเบี้ย เราคิดถึงแต่ประชาชน ดังนั้น กัญชาก็เดินหน้าต่อไปได้ ไม่มีปัญญาอะไร” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวว่า ต้องขอบคุณทาง กมธ.กัญชาฯ ทุกท่านที่ทุ่มเท สำหรับผู้ประกอบการ นักลงทุนในธุรกิจกัญชาที่ทำถูกต้องตามกฎหมายที่ควบคุมอยู่ในขณะนี้ ตนคิดว่าไม่กระทบอะไร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ยังควบคุมอยู่ ไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่หากมี พ.ร.บ.กัญชาฯ เป็นกฎหมายเฉพาะของกัญชาก็จะทำให้ประชาชนสบายใจมากขึ้นจากการใช้เพียงประกาศของ สธ.
เมื่อถามว่าจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนที่กระทบก็กระทบไป เรามั่นใจว่าประชาชนได้ประโยชน์เราก็ทำ
“แต่ถ้าจากนี้มีอะไรเกี่ยวกับกัญชา อย่ามาที่ภูมิใจไทย อย่ามาที่กระทรวงสาธารณสุข พรรคที่เตะถ่วงมีอยู่ 3 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ โดยต้องขอบคุณพรรคก้าวไกล พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ร่วมกับภูมิใจไทย เห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนมากกว่าคะแนนเสียง เพราะใกล้เลือกตั้ง” นายอนุทินกล่าว

