เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ฝ่ายการศึกษา โพสต์ข้อความเล่าเรื่องการเดินทางไปเยือนโรงเรียนประสบภัยน้ำท่วมในเขตลาดกระบัง โดย ระบุว่า
“15 ก.ย. 65 วันนี้..ผมแวะไปเยี่ยม 3 ร.ร. ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ตามนโยบาย ผว.กทม. ชัชชาติฯ
1. รร.วัดลาดกระบัง ที่ปิด รร.มาแล้ว 3 วันในช่วงฝนตกหนัก พบกับ รอง กทมผอ.รร. ที่กระฉับกระเฉง พื้นที่ รร. ราว 24 ไร่ มี 6 อาคาร ใกล้ทางรถไฟสายตะวันออก มองเห็นรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ และ บนฟ้ามีเครื่องบินที่ขึ้นลงสนามบินสุวรรณภูมิ
โก้ที่สุดสำหรับ รร.วัดลาดกระบัง คือ มีสระว่ายน้ำที่ใช้อย่างคุ้มค่า ลูกหลานได้เรียนว่ายน้ำ และมาว่ายน้ำออกกำลังหลังเลิกเรียน มีครูพละคอยดูแล มีอุปกรณ์แว่นกันน้ำ ชุดว่ายน้ำที่รับบริจาคมาให้เด็กๆ ได้ใส่ลงเล่นน้ำ ต้องปรับพื้นที่ใน รร. ด้วยเครื่องจักร เพื่อเป็นสนามฟุตบอล และเสริมผิวถนนใน รร. เพื่อหนีน้ำท่วมเวลาฝนตก มีบ้านพักครู
ผมแวะไปดูเครื่องสูบน้ำ ที่บริเวณวัดลาดกระบัง ริมคลองประเวศ ที่กำลังสูบน้ำลงคลองประเวศที่เอ่อล้น กรรมการชุมชนมาขอให้ช่วยดูฝาท่อระบายน้ำที่แจ้งเขตฯ ไปแล้ว..
2. รร. วัดพลมานีย์ เขตลาดกระบัง สอนระดับชั้นอนุบาล 1 ถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 น้ำยังท่วม พบ ผอ. รร. ได้พูดคุยพร้อมกับนำชมเรือไฟเบอร์ที่ใช้ในช่วงน้ำท่วมขัง ยังต้องปรับพื้นยกสูง ทุกครั้งที่ฝนตกน้ำแทบไม่ระบายออก พบกลุ่มนักเรียนหญิงกำลังวิ่งเป็นกลุ่ม 6 คนในลานกีฬา รร. ที่น้ำไม่ท่วม กำลังวิ่งเป็นวิ่งออกกำลัง ร้องสู้มั้ย..สู้เว้ย ๆ
ผมเข้าไปแวะพูดคุยด้วยความสนใจ….นี่คือทีม “แชมป์วอลเลย์บอลหญิงจิ๋วชายหาด” ที่ไม่เคยมีหาดให้ซ้อม ที่วิ่งออกกำลังอยู่เพื่อจะไปแข่งเอาแชมป์อีก 1 รายการ

ผมขอถ่ายรูปกับลูกหลานที่ดวงตามุ่งมั่น เอาจริง..พร้อมโค้ชที่เป็นครูของ รร.ที่เกษียนไปแล้ว ยังรักที่จะดูแลลูกหลานให้เป็นแชมป์ต่อไป นักวอลเลย์บอลหญิงบอกว่า..มีความฝันจะไปให้ไกลกว่านี้
3. รร. วัดกระทุ่มเสือปลา เขตประเวศ ที่ระดับน้ำลดลงเป็นปกติแล้ว เปิดเรียนตามปกติ ผอ.สถานศึกษา คุณ สุดารัตน์ รัศมี พร้อม รอง ฯ และ คุณครูให้ข้อมูลเรื่องระบบ WiFi ที่บริหารจัดการเองแบบมีประสิทธิภาพ ซื้อ Package มาใช้เองในทุกอาคารเรียน มีนักเรียนพิเศษ 15 คน ของบประมาณเก่ารื้ออาคารที่น่าจะไม่ปลอดภัย แจกหมวกกันน็อคให้นักเรียนแล้ว เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับ นร.ควรได้รับการจัดหาใหม่คุณครูให้ข้อมูลสำคัญว่า..2 ปีที่มีโควิด ต้องเรียนออนไลน์ ซึ่งเชื่อว่าลูกหลานแทบไม่ได้เรียน ด้วยข้อจำกัดทาง “อุปกรณ์ที่บ้าน” 2 ปีออนไลน์..เมื่อเปิดเรียนมา..เด็ก ป.1 ขึ้นไปเรียน ป.3 แบบหลวมคลอน ลำบากยากเย็น
คุณครูหนักใจ ขอเวลาต้อง “ รื้อฟื้น-บีบอัด” ให้เข้าเกณฑ์ ผมแวะไปพูดคุยเยี่ยมเยือนตามนโยบาย ผว.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ห่วงใย ต้องการทราบ ข้อมูลตรงและจริง จากพื้นที่มีประเด็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงสำหรับลูกหลานพอสมควร ที่ผมจะนำไปพูดคุยในที่ประชุมฯ เพื่อแก้ปัญหาในระดับผู้บริหาร ไม่ควรนำมาบอกกล่าวตรงนี้…กทม. มี รร.ในสังกัด 437 โรง นร.ราว 250,000 คน ครูราว 14,000 คน ที่ทำงานดูแล ลูกหลานของเรา ในระดับคุณภาพ..ชมภาพตามที่ถ่ายมาทั้ง 3 รร. ขอบคุณ ผอ.สถานศึกษา คุณครูทุกท่านที่ให้เกียรติพูดคุยกันแบบ “ สร้างสรรค์ “ ผมจะหาโอกาสแวะไปเยี่ยมอีกหลาย รร. นะครับ..”

