พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ สั่งจับตำรวจ ตม.พร้อมเจ้าหน้าที่รัฐรวม 11 นายทุจริตกระบวนการตรวจสอบเรือขาเข้า-ขาออก ประเทศ

16.09.22 | 18:49 น.

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่ภ.จว.สงขลา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบ.ตร. รอง ผอ.ศพดส.ตร. เปิดเผยว่าพนักงานสอบสวน สภ.สิงหนครรับมอบตัว ร.ต.ต.หญิง ชนิดา ไชยเสนะ ด.ต.หญิง เรวดี สุพงษ์ ด.ต.หญิง คุณภัทร ชโนวรรณ ส.ต.อ.หญิง รดา หนูคง ว่าที่ ร.ต.ท.ชาตรี อดทน และ ว่าที่ ร.ต.ท.ชินดนัย แก้วศรีราวงษ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นายนิติ อุทุมพร เจ้าหน้าที่ตรวจท่าปฏิบัติการ กรมเจ้าท่า นายจตุพร เคว็จดำ พนักงานตรวจท่าชำนาญการ กรมเจ้าท่า นายอนพัทย์ กอวนิช หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ นายเจตวัฒน์ คมขาว หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และนายนนทพัขธิ์ อำม์พรพันธ์ หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศผู้ต้องหา ผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 11 ราย ความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 4 แสนบาท หรือประหารชีวิต


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าสืบเนื่องเดือน ธ.ค.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการประมง ร่วมกับ ศรชล จับกุมเรือประมงปลอมแปลงสัญชาติซึ่งลักลอบเข้ามาทำการประมงโดยผิดกฎหมายหรือ IUU 5 ลำ พร้อมดำเนินคดีเจ้าของเรือและลูกเรือรวม 22 ราย ซึ่งร่วมกันกระทำความผิดกรณีลักลอบเข้ามาในน่านน้ำไทยโดยไม่ได้มีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบ และมีการปิดบังและเปลี่ยนแปลงชื่อเรือและสัญชาติจากมาเลเซียเป็นสัญชาติอินโดนีเซีย ต่อมาศาลไพิจารณาคดีเกี่ยวกับเรือประมงดังกล่าวไปแล้ว 3 ลำ โดยสั่งริบเรือประมง และปรับเงินจำนวนกว่า 20 ล้านบาท ส่วนอีก 2 ลำ อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ในส่วนของเรือประมงที่ยึดไว้ทั้ง 5 ลำ ซึ่งเก็บรักษาไว้ ณ กรมศุลกากรจังหวัดสงขลา เข้าสู่กระบวนการประมูลเรือขายทอดตลาดของกรมศุลกากร แต่หลังจากที่เรือประมงทั้ง 5 ลำ ถูกประมูลไปแล้วนั้น กลับฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของเจ้าหน้าที่ ลักลอบเดินทางออกไปยังน่านน้ำประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีการประสานงานกับทางการมาเลเซียเพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมเรือประมงทั้ง 5 ลำดังกล่าว ซึ่งต่อมาทางการมาเลเซียติดตามจับกุมเรือประมงทั้ง 5 ลำไว้ได้ครบถ้วนแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมายของทางการมาเลเซีย ซึ่ง เรือประมงทั้ง 5 ลำ ซึ่งกระทำผิด IUU ถูกประกาศเป็นเรือประมงที่ถูกใช้ทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีกำหนดระยะเวลาห้ามใช้เรือประมงทำการประมงเป็นเวลาห้าปี ตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวอีกว่าทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศพดส.ตร. และตน ให้ดำเนินการขยายผลติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าว ซึ่งมีการแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมแล้วที่ สภ.สิงหนคร ภ.จว.สงขลา และขยายผลดำเนินคดีอีก 10 คดี ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจำนวน 13 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นายประเสริฐ สงวนนามสกุล ทำหน้าที่เป็นผู้แทนเรือ (ชิปปิ้ง) ของเรือทั้ง 5 ลำ และประสานงานนำเรือเข้าและออกจากราชอาณาจักร
เจ้าหน้าที่ดำเนินการขยายผลเพิ่มเติมจากกรณีของนายประเสริฐ เกี่ยวกับการลักลอบนำเรือประมงทั้ง 5 ลำ เข้าและออกจากราชอาณาจักร รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินของนายประเสริฐจึงทราบเพิ่มเติมว่ามีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน เพื่อดำเนินการเสนอผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการขั้นตอนการตรวจเรือเข้าและออกราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการยื่นขอหมายจับเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวทั้ง 11 ราย ดังกล่าว

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในกรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่ประชาชนและสื่อมวลชน รวมทั้งองค์กรจากต่างประเทศให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงสั่งการให้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจนถึงที่สุด ซึ่งจากการขยายผลในกรณีที่เรือประมง 5 ลำที่ได้ลักลอบเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าหน้าที่นั้น ก็พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน มีการเรียกรับผลประโยชน์เพื่ออำนวยความสะดวกในการกระทำความผิดของผู้ต้องหา กรณีเช่นนี้จึงต้องมีการดำเนินคดีโดยเด็ดขาดทุกราย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีเหตุลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นอีก รวมทั้งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย เกี่ยวกับการปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมายในสายตาของนานาประเทศอีกด้วย

Advertisement