
น.ส.รัตติกาล แก้วพวง อายุ 24 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา กล่าวว่า รักเละเคารพในหลววมาก คิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตได้มากราบถวายบังคมพรมศพเป็นสิ่งสำคัญที่เราพอจะทำเพื่อพระองค์ท่านได้ ครั้งนี้มาเป็นครั้งเเรกเพราะคิดว่าเราอยู่ในกรุงเทพฯ มีโอกาสจะได้มาหลายครั้ง ให้คนต่างจังหวัดคนที่อยู่ไกลได้มีโอกาสมาถวายสักการะก่อนดีกว่า เลยนัดกับเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเมื่ออาทิตย์ที่เเล้วมากันเองกับ 2 คน
“ความสูญเสียครั้งนี้เป็นความสูญเสียของคนไทยทั้งประเทศ เป็นความเสียใจที่สุดในชีวิต เพราะเกิดมาก็เห็นพระองค์ท่าน เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ เห็นเวลาท่านเสด็จไปยังที่ต่างๆผ่านทีวี สร้างความรู้สึกเคารพศรัทธา ปลาบปลื้มปิติที่พระองค์ท่านทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทย สิ่งที่เห็นมาตลอดคืดภาพพระองค์ทรงงาน มีครั้งหนึ่งพระองค์เสด็จออกจากโรงพยาบาลศิริราช ทรงตรัสว่า “ถ้าไม่ได้ป่วย คงจะช่วยเหลือประชาชนได้มาก” เป็นคนพูดที่ได้ยินเเล้วรู็สึกตื้นตันมาก เพราะท่านป่วยอยู่นะแต่ยังเป็นห่วงประชาชน” น.ส.รัติกาล กล่าว

นายต่อพงษ์ เสนาเพ็งเเก้ว อายุ 46 ปี กำนัล ต.เมืองบัว อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่าวันนี้เป็นผู้นำชาวบ้านในตำบลพร้อมกับกำนัลผู้ใหญ่บ้านหมู่ต่างๆ ในตำบลที่ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเหนื่อยล้าทำงานหนักเพื่อประชาชนชาวไทย ทุกคนได้ชักชวนกันมาพร้อมเสียสละทรัพย์ส่วนตัวเป็นค่ารถโดยสารมาร่วมถวายบังคมพระบรมศพ โดยเดินทางออกจากจังหวัดร้อยเอ็ดประมาณ 21.00น. มาถึงสนามหลวง ตี 5 แล้วก็มาเข้าเเถวเลย
“ในหลวงในความรู้สึกของผมเป็นพ่อของเผ่นดิน ผู้ที่ทำให้มีประเทศไทย มีกำนัลผู้ใหญ่บ้านจนถึงปัจจุบันนี้ แนวทางในการดำดำเนินชีวิตเเละคำสอนของประองค์ท่านเป็นสิ่งที่มีคุณค่า พระองค์ได้สอนให้มีความเที่ยงธรรมในการดำเนินชีวิต มีความซื่อสัตย์มีคุณธรรมในการปกครองพี่น้องประชาชนในแต่ละหมู่บ้าน รวมถึงปรัชญาดำเนินชีวิตที่เป็นปรัชญาสำคัญของโลกเเล้วคือเรื่องเศณษฐกิจพอเพียง ที่ประชาชนทุกคนจะต้องสืบสานต่อเนื่องต่อไป

นางบุญปลูก อรน้อย อายุ 53 ปี กล่าวว่า วันที่ท่านเสด็จสวรรคต ตนนั้นขายของอยู่ที่เยาวราชเเล้วที่บ้านโทรมาบอกตอนเเรกก็ไม่เชื่อว่าท่านจะสวรรคตเร็วขนาดนี้ แล้วครั้งนี้เพิ่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่กี่วันเท่านั้น ตอนนั้นก็ยังไม่เชื่อ ขายของเสร็จกลับมาบ้านตอนเช้าพอรู้ว่าเป็นเรื่องจริงเสียใจมาก ตั้งใจจะมากราบถวายบังคมพระบรมศพมาก จริงๆ มาเข้าแถวรอถวายบังคมที่สนามหลวงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วแต่ยังไม่ได้เข้าไปเลย อย่างครั้งหนึ่งมาถึงสนามหลวงประมาณ 13.00น. เข้าเเถวอยู่ประมาณ 6 ชั่วโมงก็ไม่ได้เข้า รอบนี้เลยตั้งใจมากมารอตั้งเเต่เช้ามาถึงประมาณ 7.30น. ความจริงตั้งใจจะมาตั้งเเต่เมื่อวานนี้แล้ว พอดีธนาคารเปิดให้เเลกธนบัตรที่ระลึกเลยไปเข้าเเถวรอหลายชั่วโมงเหมือนกัน
“ครอบครัวทุกคนรักในหลวงมาก แม่ที่อยู่จังหวัดกระบี่ พอทราบข่าวก็อยากจะมาถวายสักการะ แต่จะมาเลยทันทีก็ไม่สะดวกเพราะท่านตาบอด เเละมีอายุ 80 กว่าปีแล้ว ตอนนี้วางเเผนล่วงหน้าจะมาวันที่ 4 ธันวาคมนี้ แม่เขารักพระองค์ท่านมาก ท่านเคยมาร่วมถวายสักการะพระศพสมเด็จย่ามาเเล้วครั้งหนึ่ง สำหรับครั้งนี้แม่บอกว่าไม่ว่ายังไงก็จะต้องมาให้ได้” นางบุญปลูก กล่าว





