จับบนรถไฟปลอมเป็นตำรวจหลอกเหยื่อโอนเงินสูญ 5 ล.อ้างพัวพันคดียาเสพติด

16.09.22 | 19:06 น.

เมื่อวันที่ 16 กันยายน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ ผบก.รฟ. ว่าที่ พ.ต.ต.หญิง รัชฎาวรรณ สีไพสน สว.ส.รฟ.อยุธยา กก.2 บก.รฟ., ด.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ดำเกลี้ยง ผบ.หมู่ ส.รฟ.อยุธยา กก.2 บก.รฟ., ส.ต.อ.วิรัตน์ จรัสศรี ผบ.หมู่ ส.รฟ.อยุธยา กก.2 บก.รฟ., ส.ต.อ.เกียรติพงษ์ มีเสาเรือน ผบ.หมู่ ส.รฟ.อยุธยา กก.2 บก.รฟ., ส.ต.อ.ธนพงษ์ ด้วงคำจันทร์ ผบ.หมู่ ส.รฟ.อยุธยา กก.2 บก.รฟ.ร่วมกันจับกุมนายโอภาส (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปราจีนบุรี ความผิดฐาน “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งและร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันปลอมเอกสารราชการและร่วมกันใช้ หรืออ้างเอกสารราชการปลอม” ได้บนขบวนรถเร็ว 102 (เชียงใหม่-กรุงเทพฯ) ขณะหยุดรับส่งผู้โดยสารที่ชานชาลาสถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา


พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวว่า ก่อนจับกุมผู้ต้องหาปลอมตัวและอ้างตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย และพูดคุยทางแอพพลิเคชั่นไลน์กับผู้เสียหายหลอกลวงว่ามีบัญชีทางการเงินเกี่ยวข้อง กับแก๊งค้ายาเสพติดต้องแจ้งทรัพย์สินและรายละเอียดเกี่ยวกับการเงินโดยหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินจากบัญชีธนาคารทุกบัญชีไปยังบัญชีบุคคลที่ผู้กระทำผิดอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ มีหน้าที่ตรวจสอบทางการเงิน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินจากบัญชีธนาคารไปยังบัญชีรับโอนเงิน 3 บัญชี จำนวน 7 ครั้ง รวมเป็นเงิน 5,000,000 บาท และไม่สามารถติดต่อกับบุคคลดังกล่าวได้อีก จึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหานี้ได้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาเดินทางโดยใช้รถไฟ ขบวนรถเร็ว 102 (เชียงใหม่-กรุงเทพฯ) จึงตรวจสอบรถไฟขบวนดังกล่าวพบนายโอภาส ผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม ก่อนนำตัวผู้ต้องหานี้ส่งตัวไปยัง สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป