ไทยใช้ยาคลาดเคลื่อน 1 แสนครั้งต่อปี กระทบผู้ป่วย 1.5% ตั้งเป้าลดให้ได้ครึ่ง

17.09.22 | 15:47 น.

อนุทิน เผยเดินหน้าสร้างความปลอดภัยผู้ป่วย หลัง สรพ.พบจ่ายยาคาดเคลื่อน 1 แสนครั้งต่อปี กระทบผู้ป่วย 1.5% ตั้งเป้าลดให้ได้ครึ่ง

เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่โรงแรมมิราเคิล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมวันแห่งความปลอดภัยผู้ป่วยโลก ครั้งที่ 4 และวันแห่งความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรสาธารณสุขของประเทศไทย ครั้งที่ 6 ว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา สะท้อนว่าผู้ป่วยมีโอกาสไม่ปลอดภัยถ้าบุคลากรที่ดูแลผู้ป่วยไม่มีความปลอดภัย สำหรับวันแห่งความปลอดภัยฯ ปีนี้องค์การอนามัยโลกได้ให้ความสำคัญ เรื่องความปลอดภัยด้านยาจึงเชิญชวนประเทศสมาชิกกำหนดเป้าหมาย เพื่อลดอันตรายจากการใช้ยา ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยที่กำหนด และมีการขับเคลื่อนผ่านโครงการการ 2P Safety Hospital ซึ่งปัจจุบันมี รพ.เข้าร่วม 855 แห่ง มีการพัฒนาระบบบริการที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับทุกคน มีระบบรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยง เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลเฝ้าระวัง วางแผนพัฒนาเชิงระบบ และพัฒนานวัตกรรมความปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยและบุคลากรตามมา

ด้าน พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ. กล่าวว่า ประเทศไทยกำหนดเรื่องความปลอดภัยด้านยา เป็นหนึ่งในเป้าหมายความปลอดภัยของผู้ป่วย และกำหนดเป็นเกณฑ์ประเมินมาตรฐานสถานพยาบาล ทุก รพ.ที่จะผ่านการรับรอง ต้องมีแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาผิดพลาดคลาดเคลื่อน มีระบบรายงานอุบัติการณ์ มีกระบวนการทบทวนและมีแผนบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาที่ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากรายงานข้อมูลระดับสากล พบการใช้ยาเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาด คลาดเคลื่อนได้มากที่สุด ทั้งจ่ายยาผิดคน ผิดขนาด ผิดชนิด ใช้ยาผิดวิธี ส่วนอุบัติการณ์ในไทยพบความคลาดเคลื่อนจากการใช้ยาประมาณ 1 แสนครั้งต่อปี ในจำนวนนี้ส่งผลกระทบถึงตัวผู้ป่วย 1.5% ถือว่าประเทศไทยมีการพัฒนาระบบป้องกันความคลาดเคลื่อนทางยาที่ดี มีการตรวจก่อนถึงมือผู้ป่วย ใช้เทคโนโลยีมาช่วยให้บริการ ประชาชนและญาติช่วยกันตรวจสอบ โดยในปีนี้ตั้งเป้าลดอุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์ที่ถึงตัวผู้ป่วยด้านยาลง 50%

Advertisement