‘ชัชชาติ’ เผย เขตมีนบุรีกระทบน้ำท่วมมาก เร่งดูแลจุดเปราะบาง คาดฝนอาจมาอีก ต.ค.-พ.ย.
เมื่อวันที่ 18 กันยายน เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 1 ศาลาประชาคมเมืองมีนถิ่นทอง สํานักงานเขตมีนบุรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.และทีมงานได้เข้าประชุมผู้ว่าฯสัญจร ร่วมกับนายไพโรจน์ จันทรรอด ผู้อำนวยการเขตมีนบุรี และคณะผู้บริหาร เพื่อประชุมรับฟังปัญหาและติดตามการดําเนินการด้านต่างๆของสํานักงานเขตมีนบุรี
จากนั้นเวลา 12.25 น. นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า มีนบุรีถือว่าเป็นเขตสำคัญที่มีเมืองเจริญเติบโตขึ้น ปัญหาหลักๆ ที่ ผอ.รายงานเป็นหลายเรื่องในลักษณะของเมืองที่มีความเจริญ มีบ้านหมู่บ้านต่างๆ เข้ามา โดยปัญหาหลักที่สุด คือ ปัญหาเรื่องน้ำท่วม ซึ่งมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันน้ำท่วมก็เบาลงแล้ว หลักการที่ให้นโยบายไปคือช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องเข้าไปดูแลจุดเปราะบางต่างๆ เท่าที่คุยกับ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเมื่อวาน (17 กันยายน) คือฝนยังไม่หยุดแค่นี้อาจจะมีมาอีกถึง 2 เดือน ถึงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนต้องอาศัยจังหวะนี้เสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
“ต้องให้ชุมชนแต่ละส่วนช่วยดูแลตัวเองด้วย จึงเข้าไปวิเคราะห์ว่าชุมชนแต่ละชุมชนที่มีปัญหานั้นมีปัญหาจุดอ่อนตรงไหนและไปเสริมโดยเตรียมอุปกรณ์ให้ เช่น กระสอบทรายเพื่อรองรับกรณีฝนมาอีก ชาวบ้านก็จะดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ ปัญหาเขตมีนบุรี คือ พื้นที่กระจายมาก ต้องมีการเสริมทางเดินที่เป็นไม้เผื่อฉุกเฉินชาวบ้านจะได้เข้าออกในชุมชนได้ โดยอยากให้แก้ปัญหาแบบระยะยาวเอาชุมชนเป็นส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ซึ่งเบื้องต้นสถานการณ์เริ่มดีขึ้นน้ำในคลองแสนแสบระบายไปได้มาก” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า เรื่องต่อมาคือเรื่อง ถนนหนทาง โดยคลองในเขตมีนบุรีมี 62 คลอง โดย 11 คลองเป็นของสำนักระบายน้ำ และ 51 คลองเป็นของเขตที่ดูแล ดังนั้นจึงมีคลองเล็กคลองน้อยมาก ซึ่งต้องดูแลว่ามีผลกระทบต่อการระบายน้ำหรือไม่ ส่วนของถนนในเขตมีนบุรีมีลักษณะเป็นหินคลุกตามท้องไร่ท้องนา 31 เส้น เมื่อฝนตกถนนก็เป็นหลุมเป็นบ่อ มีคนแจ้งเข้ามาใน traffy fondue มาก จึงได้มีการให้นโยบายว่าจะมีการคุยกับทางสำนักการโยธาเพื่อหาทางแก้ไข โดยอาจใช้เครื่องมือหนัก เช่น เครื่องบดอัด โดยในระยะยาวจะวางแผนยุทธศาสตร์ว่าจะมีการรวมกลุ่มเขตและนำเครื่องมือหนักมารวมกัน เช่น รถแบ๊กโฮเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของเขตให้เข้มแข็งขึ้น
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า เรื่องสายสื่อสารก็ยังรกรุงรัง แต่เริ่มดำเนินการอยู่ในแผนของ กสทช.ที่กำลังเร่งดำเนินการให้เอาลงให้มากที่สุด ซึ่งอยู่ในแผนของ กสทช.ที่จะมีการระเบียบให้ดีขึ้น
จากนั้นเวลา 13.30 น. นายชัชชาติ และนายไพโรจน์ จันทรรอด ผอ.เขตมีนบุรี ได้เดินข้ามมายังสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตรงข้ามสำนักงานเขตมีนบุรี เพื่อเดินดูบริเวณริมคลองแสนแสบ




