วช.ประกวด “ผลงานประดิษฐ์คิดค้น” สร้างโอกาส-แรงจูงใจ แก่นักวิจัย นักประดิษฐ์ไทย

19.09.22 | 15:22 น.

วช.ประกวด “ผลงานประดิษฐ์คิดค้น” สร้างโอกาส-แรงจูงใจ แก่นักวิจัย นักประดิษฐ์ไทย

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดประกวด “ผลงานประดิษฐ์คิดค้น” เพื่อขอรับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2566 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานฯ และมีนายสมปรารถนา สุขทวี รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมในพิธีเปิดงานฯ ในวันที่ 19 กันยายน 2565 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีให้นักประดิษฐ์ นักวิจัย และเยาวชนนำเสนอผลงานต่อสาธารณชน

ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. มีบทบาทและหน้าที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การให้รางวัล ประกาศเกียรติคุณ หรือยกย่องบุคคลหรือหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม จึงได้มีนโยบายในการส่งเสริมและสร้างคุณค่างานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม โดยจัดให้มีพิธีมอบ “รางวัลการวิจัยแห่งชาติ” ขึ้นเป็นประจำทุกปี

โดยแบ่งรางวัลออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับนักวิจัยและนักประดิษฐ์ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาไปสู่การประยุกต์ใช้องค์ความรู้เพื่อต่อยอด ไปสู่นวัตกรรมทางเศรษฐกิจหรือนวัตกรรมทางสังคม ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้มี “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้าง “เศรษฐกิจแข็งแรง ชุมชนที่เข้มแข็ง เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” โดยใช้การวิจัย การประดิษฐ์ และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการนำพาประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0

Advertisement

สำหรับการจัดกิจกรรม “งานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น” ประจำปีงบประมาณ 2566 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 20 กันยายน 2565 ณ ห้องประชุมจอมพลสฤกษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 ศูนย์จัดการความรู้การวิจัย ชั้น 1 อาคาร วช. 1 และบริเวณโถง ชั้น 1 อาคาร วช. 4 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีผลงานเข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการ จำนวนกว่า 140 ผลงาน จาก 9 สาขาวิชาการ ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย สาขาปรัชญา สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ สาขาการศึกษา และสาขาสังคมวิทยา โดยเป็นผลงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงสถาบันการศึกษา
ที่เข้าร่วมประกวด จำนวนกว่า 30 แห่ง

ตัวอย่างผลงานเข้าร่วมจัดแสดงฯ อาทิ MagikTuch – ระบบลิฟต์แบบไร้สัมผัส, แผ่นแปะแผลจากเมือกของเมล็ดแมงลักที่มีส่วนผสมของสารสกัดมาตรฐานบัวบก, เครื่องอบลมร้อนแบบพาราโบลาโดมพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์เคลื่อนที่ได้, ตู้ระบบรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน, เซนเซอร์สำหรับตรวจวัดสารบ่งชี้มะเร็ง, อุปกรณ์คัดเลือกสายพันธุ์กัญชาแบบมือถือ, และหุ่นยนต์ทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูรูปแบบใหม่ เป็นต้น