วันที่ 12 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมลักษณ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอหล่มเก่า พร้อมนายชิต อินทรนก ป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ และ ร.ต.สุรพล ประสมทรัพย์ หัวหน้าเขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง นำคณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสภาพเขาหัวโล้นในเขตพื้นที่บ้านสักง่า จากนั้นเดินทางไปที่บ้านสักง่า หมู่ที่ 2 ต.ศิลา เพื่อพบปะชี้แจงขอความร่วมมือจากชาวบ้านในการฟื้นฟูป่าบนเขาหัวโล้น ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง แต่ที่ผ่านมาชาวบ้านได้มีการบุกรุกแผ้วถางป่าบนเขาเพื่อปลูกข้าวโพด จนทำให้กลายสภาพเป็นเขาหัวโล้น กระทั่งมีชาวเน็ตนำภาพไปเผยแพร่พร้อมชี้แนะ ให้เร่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกทำการเกษตรของชาวบ้าน ไม่เช่นนั้นภูเขาหัวโล้นบริเวณนี้อาจจะกลายเป็นทะเลทราย โดยเฉพาะป่าเขาบริเวณดังกล่าวมีความสำคัญเนื่องจากเป็นป่าต้นน้ำแม่น้ำป่าสักอีกด้วย
นายสมลักษณ์ได้ชี้แจงถึงสภาพเขาหัวโล้นในปัจจุบันกินพื้นที่กว้างราว 50,000 ไร่ครอบคลุมเขตจ.เพชรบูรณ์และจ.เลย จากนั้นยังชี้แจงถึงแนวทางการฟื้นฟูป่าและรักษาต้นน้ำป่าสักไว้ให้ได้ โดยการใช้ศาสตร์พระราชาปลูกป่า 3 อย่างได้ประโยชน์ 4 อย่าง จากนั้น รับปากพร้อมจะช่วยจัดหาพืชหรือพันธุ์ไม้ยืนต้นมาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูก และพร้อมจะช่วยด้านการตลาด โดยเริ่มขอคืนพื้นที่ริมแม่น้ำป่าสักข้างละ 10 เมตรก่อน เพื่อจะส่งเสริมให้ปลูกต้นไผ่และปลูกหญ้าแฝกริมตลิ่ง โดยตั้งเป้าภายใน 5 ปีจะฟื้นคืนป่ากลับมาได้ 50% ซึ่งปรากฎว่าชาวบ้านสักง่าราว 50 คนที่ร่วมหารือต่างยินดีให้ความร่วมมือ เพียงแต่ขอให้ทางราชการช่วยเป็นพี่เลี้ยงและสนับสนุนพันธุ์ไม้เศรษฐกิจ รวมทั้งช่วยเหลือทางด้านการตลาด

ด้านนายศิลา ม่วงงาม ประธานเครือข่ายรักษ์ต้นน้ำป่าสัก บ้านหินโง่น หมู่ที่ 5 ต.ศิลา กล่าวว่า เห็นดีด้วยที่ทางอำเภอและป่าไม้จะเข้าไปช่วยฟื้นฟูป่าเขาหัวโล้นที่บ้านสักง่า เพราะแกนนำที่บ้านสักง่ายังค่อนข้างขาดความเข้าใจในเรื่องนี้ ส่วนที่บ้านหินโง่นนั้นชาวบ้านที่นี่เริ่มเข้าถึงศาสตร์พระราชา และปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรตามแนวพระราชดำริในหลวงมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลานี้เริ่มได้ผลเป็นที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตามทางเครือข่ายฯยินดีจะช่วยเป็นพี่เลี้ยงหากทางอำเภอและบ้านสักง่ามีความต้องการ

