เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง มีนักเรียนจากมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฏราชกุมาร จำนวน 20 คน มาร่วมเป็นจิตอาสาคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพด้วยการเดินเสิร์ฟน้ำให้แก่ประชาชนผู้มาต่อแถวรอสักการะ และบริการเข็นรถวีลแชร์ให้กับผู้ป่วยและคนชรา
ทั้งนี้นักเรียนทุนพระราชทานทุกรุ่นจะสลับผลัดเปลี่ยนกันมาประจำการและคอยอำนวยความสะดวกที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ไปตลอดจนครบ 100 วัน โดยนักเรียนทุนทุกคนที่ได้รับคัดเลือกมาทำกิจกรรมจิตอาสาได้นั้น จะต้องส่งเรียงความเรื่องความประทับใจโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในจังหวัดของตัวเอง เพื่อให้คณะกรรมการของมูลนิธิคัดเลือกจังหวัดละ 2 คน

หนึ่งในนักเรียนจากมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฏราชกุมาร น.ส.ดวงพร ล้ำสันเทียะ อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 ร.ร.นวมินทราชูทิศ กทม. กล่าวว่า วันนี้มาเป็นจิตอาสาช่วยแจกอาหารที่เต็นท์และอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้แก่ผู้มาร่วมแสดงความอาลัย โดยก่อนจะได้มาทำกิจกรรมในวันนี้ ต้องส่งเรียงความให้มูลนิธิฯ โดยตนเองได้เขียนเรียงความเรื่องโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับบึงมักกะสัน แสดงถึงพระองค์ที่เสด็จฯไปเห็นปัญหาของชาวบ้าน และพระราชทานแนวทางการแก้ไขโดยทรงประดิษฐ์กังหันชัยพัฒนา ทั้งนี้ การเป็นนักเรียนทุนต้องดำเนินชีวิตอย่างมีแบบแผนและมีคุณค่าให้เหมาะสมกับการได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฏราชกุมาร โดยต้องผ่านการคัดเลือกจากผลการเรียนดี ความประพฤติดี และต้องมีความเป็นอยู่อัตคัดขัดสน ตอนนั้นฐานะทางบ้านไม่ดีเพราะพ่อเป็นอัมพาต ไม่สามารถหารายได้มาจุนเจือครอบครัว จึงต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดและต้องตั้งใจเรียน ต่อมาตอนอยู่ ม.4 จึงได้รับคัดเลือกรับทุนพระราชทาน ก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อครอบครัวอย่างล้นพ้น
“ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อรับพระราชทานทุนการศึกษาจากพระหัตถ์ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ปี 2557 ทรงมีรับสั่งว่าให้ตั้งใจเรียน เป็นคนดีของสังคม จบออกมาแล้วต้องตอบแทนคุณชาติ ส่วนตัวเรียนสายศิลป์-คำนวณ อยากเข้าศึกษาต่อด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ ตั้งใจว่าเรียนจบจะนำความรู้ความสามารถไปใช้พัฒนาประเทศชาติ เมื่อมีโอกาสก็จะช่วยเหลือผู้อื่น อยากฝากถึงรุ่นน้องที่จะรับทุนให้ตั้งใจเรียน มีน้ำใจ เสียสละ กตัญญูรู้คุณ รู้จักแบ่งเวลา และเมื่อได้รับโอกาสแล้วก็ต้องใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่า ไม่ใช่คิดแต่เพื่อตัวเองแต่ต้องคิดถึงคนอื่นด้วย” ดวงพร กล่าว

ด้านนายวัชนันต์ ผิวขำ อายุ 21 ปี นักศึกษาปีที่ 4 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร ชาวจ.มุกดาหาร กล่าวว่า ได้รับพระราชทานทุนจากพระหัตถ์ครั้งแรกเมื่อปี 2553 ขณะนั้นกำลังศึกษาชั้น ม.ปลาย ฐานะของบ้านยากจน เนื่องจากบิดาประสบอุบัติเหตุสูญเสียดวงตา ส่วนมารดามีอาชีพชาวนา ต้องประกอบอาชีพเสริมด้วยการรับจ้างเพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว ซึ่งมียายและน้องของตัวเองอีกคน จากนั้นจึงเขียนเรียงความเกี่ยวกับโครงการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและได้รับพระราชทุนในเวลาต่อมา

