เมื่อวันที่ 22 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆได้เชิญตัวหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของนายสิงห์ (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี รปภ.ที่ใช้มีดแทง น.ส.อนิจตา (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี เพื่อนร่วมงานจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 21 กันยายน มาให้ปากคำเพิ่มเติม โดยเปิดเผยว่า ทั้งนายสิงห์และผู้เสียชีวิตเข้ามาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประมาณปี 2563 ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปี ส่วนตัวไม่พบว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ในลักษณะของเชิงชู้สาว แต่เหตุที่เกิดขึ้น ทราบข้อมูลว่านายสิงห์ตามจีบผู้เสียชีวิตจากเพื่อนร่วมงานของนายสิงห์เท่านั้น
ด้านนางอนงค์ มณีวัน มารดาของ น.ส.อนิจตา เดินทางมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ โดยแม่ให้การกับตำรวจว่า ทราบข่าวจากหัวหน้างานที่โทรศัพท์ไปแจ้งเหตุ จึงรู้สึกตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และขอประณามผู้ที่ก่อเหตุที่มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ขอให้กฎหมายลงโทษสูงสุด ส่วนประเด็นที่ผู้ก่อเหตุฆ่าลูกสาว เพราะตามจีบมานาน ส่วนตัวไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ แต่ถึงเป็นเรื่องจริง ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องใช้ความรุนแรงกับลูกสาวตัวเอง ทั้งนี้ สำหรับลูกสาวเพิ่งเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ได้เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น และถือเป็นเสาหลัก ที่ทำงานหาเงินส่งให้ทางครอบครัว โดยมีแผน จะสร้างบ้านใหม่ให้กับครอบครัว ภายในสิ้นปีนี้ แต่มาเสียชีวิตเสียก่อน
สำหรับกรณีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ รับแจ้งมีผู้ถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีด ที่หน้ามหาวิทยาลัยราชมงคลกรุงเทพ ถนนนางลิ้นจี่ ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ น.ส.อนิจตา อยู่โสนะ อายุ 30 ปี เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายสิงห์ จะใบรัมย์ อายุ 57 ปี เป็นเพื่อน รปภ.ด้วยกัน โดยภายหลัง น.ส.อนิจตา ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเลิดสิน
จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ติดตามคนร้ายจนทราบว่าหลังเกิดเหตุ นายสิงห์ได้ขี่รถจักรยานยนต์หนีไปซ่อนตัวที่ จ.ชลบุรี ก่อนจะถูกจับกุมได้ในที่สุด เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุมาจากปมหึงหวง เนื่องจากนายสิงห์ตามจีบ น.ส.อนิจตา มานาน แต่ฝ่ายหญิงไม่เล่นด้วยจึงเกิดเหตุการณ์สลดดังกล่าว

