นนทบุรี สูดสารระเหยนครปฐมกว่า 200 คน แสบตา-จมูก ยังไม่มีรายงานเข้า รพ.
รายงานข่าวจาก จ.นครปฐม แจ้งว่า จากการได้รับแจ้งสารเคมีรั่วไหล ได้มีการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่โรงงานอินโดรามา เลขที่ 35/8 หมู่ 4 ถนนเพชรเกษม ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จากการตรวจสอบพบว่า เวลาเกิดเหตุ ประมาณ 06.00-06.15 น. ซึ่งสามารถปิดวาล์วได้ การรั่วไหลเกิดจากกระบวนการ Hot oil down term DT1 ในระบบการผลิตเม็ดพลาสติก ส่งเป็นสารแลกเปลี่ยนความร้อนของระบบ cooling รั่วไหล ซึ่งเป็นสารกลุ่ม อะโรเมติกเบนซิน
โดยอาคารเกิดเหตุเป็นพื้นที่ส่วนสร้างพลังงานเชื้อเพลิงในการผลิตเม็ดพลาสติกเกิดเหตุไอน้ำมัน (ดาวเธิม) รั่วไหลเวลา 06.10 น.
ต่อมา เวลา 08.00 น. สามารถควบคุมเหตุการรั่วไหลได้แล้ว ทั้งนี้ กรณีการรั่วไหลเป็นน้ำมันร้อนไอระเหยไม่ใช่สารเคมีอันตราย
ล่าสุด เวลา 12.30 น. เมื่อวันที่ 22 กันยายน นพ.รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสารเคมีรั่วไหลจากโรงงานใน จ.นครปฐม ส่งผลกระทบมาถึงประชาชนใน จ.นนทบุรี ว่าสารที่ระเหยออกมานั้นเป็นสาร ไดฟีนิลออกไซด์ (Diphenyl Oxide) ซึ่งเป็นสารผสมในน้ำมัน เป็นตัวทำละลายในกระบวนการผลิตเม็ดพลาสติก โดยสารดังกล่าวรั่วไหลตั้งแต่ช่วง 6 โมงเช้าของวันนี้ และลมพัดสารเคมีมาถึง จ.นนทบุรี ทำให้กระทบประชาชน 100-200 ราย ใน 2 อำเภอ 3 ตำบล คือ บางกรวยและบางใหญ่ อย่างไรก็ตาม เหตุเกิดในช่วงเช้าของวันก่อนที่เด็กจะไปโรงเรียน ทำให้หลายโรงเรียนประกาศหยุดเรียน 1 วัน โดยการสัมผัสสารไดฟีนิลออกไซด์ ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ
“ขณะนี้ยังไม่มีประชาชนในนนทบุรี เจ็บป่วยจนถึงขั้นต้องมา รพ. ส่วนใหญ่จะพบว่า แสบตา แสบจมูก ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และ รพ.สต. กำลังลงพื้นที่ไปให้ความรู้ และแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน เพราะสารไดฟีนิลออกไซด์ เป็นสารระเหย เมื่อเจออากาศก็จะเจือจางหายไป ดังนั้น หน้ากากที่เราใช้ป้องกันโควิด-19 ก็สามารถป้องกันได้เช่นกัน” นพ.รุ่งฤทัยกล่าว
นพ.รุ่งฤทัยกล่าวว่า ขณะนี้ สามารถระงับเหตุที่นครปฐมได้แล้ว ส่วนสารที่ลอยมาถึงนนทบุรี ก็มีความเจือจางลงไป ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องอพยพประชาชน หรือใช้วิธีกำจัดสารเพิ่มเติม ทั้งนี้ คำแนะนำประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ คือ สวมหน้ากากอนามัย และไม่อยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง

