ช่วย ‘ชัชชาติ’ ค้นประวัติศาสตร์ ‘สะพานร้องไห้’ หลังนั่งเรือขึ้นท่าผ่านฟ้าลีลาศ ทัก ‘รูปปั้น’ หญิงปาดน้ำตา
เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. วันที่ 22 กันยายน ที่คลองแสนแสบ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ถ่ายทอดสดผ่านทาเฟซบุ๊ก ขณะลงเรือโดยสารคลองแสนแสบ จากบ้านพักย่านทองหล่อ ไปยังศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า (ลงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ) เนื่องในวัน “คาร์ฟรีเดย์” (Car-Free Days) ซึ่งเป็นการรณรงค์งดใช้รถส่วนตัวทั่วโลก (อ่านข่าว : ‘ชัชชาติ’ นั่งเรือไปศาลาฯ ‘วันคาร์ฟรี’ รับบทพีอาร์ ‘ใครลืมร่มไปรับที่…’ ติดใจเงื่อนงำ ‘จิม ทอมป์สัน’)
โดยเมื่อลงจากเรือ นายชัชชาติ เจอรูปปูนปั้นนูนสูง ตรงสะพานมหาดไทยอุทิศ แยกผ่านฟ้าลีลาศ เขตพระนคร
“อันนี้สะพานร้องไห้ใช่ไหม เห็นไหม มีคนยืนร้องไห้อยู่ แต่ว่าเป็นรูปปั้น”

จากนั้น นายชัชชาติสันนิษฐานถึงที่มาของปูนปั้นดังกล่าว โดยระบุว่า
“เดี๋ยวต้องไปหาประวัติศาสตร์หน่อย” นายชัชชาติกล่าว
ต่อมา อธิบายถึงคลองบริเวณสะพานผ่านฟ้าว่า ทางซ้ายเป็นคลองโอ่งอ่าง ทางขวาคลองบางลำพู ตรงกลางเป็นป้อมหากาฬ
“นี่คือเขตเมือง ถัดจากนี้คือ เขตนอกประตูเมือง มีวัดสระเกศ ภูเขาทองอยู่ตรงนี้ ที่เขาเอาศพออกจากในเมือง เขาถึงเรียกว่า ประตูผี มีแร้งวัดสระเกศ ที่มีโรคระบาด อหิวาต์ โรคห่า มีคนตายเยอะๆ เอามากอง เผาไม่ทัน จริงๆ แล้วมันมีประวัติศาสตร์เยอะนะ”


ในตอนท้าย มีคนขับวินรับจ้างเข้ามาขอถ่ายภาพด้วย
นายชัชชาติ : สะอาดดีไหม ช่วยกันดูแลวินด้วยน้า
คนขับวิน : ผมกวาดทุกเช้า
ชัชชาติ : ดีครับ ช่วยกันกวาด นี่แหละหน้าบ้านน่ามอง ขอบคุณครับ ช่วยกัน
“เมือง คนต้องช่วยกัน กทม. เต็มที่ แล้วก็ช่วยกัน”

นายชัชชาติเผยด้วยว่า ขากลับจะนั่งรถไฟฟ้ากลับทองหล่อ
“ลองดู ท้าทายตัวเอง วันนี้ใช้รถให้น้อยลงสักวันได้ไหม ขี่จักรยาน เดิน ใช้รถสาธารณะ” นายชัชชาติกล่าว
ในช่วงท้าย ขณะที่นายชัชชาติเดินเลาะสะพานผ่านฟ้าฯ เจอกลุ่มนักวิ่งที่มักไปวิ่งสวนลุมพินี ซึ่งกำลังวิ่งสำรวจเส้นทาง โดยนายชัชชาติแสดงความดีใจ ก่อนถูกแซวที่ใส่ร้องเท้าแตะ

ชัชชาติ : รองเท้าวิ่งนะเนี่ย ขึ้นเรือมา 22 กันยา คาร์ฟรีเดย์ไง เมื่อเช้ากะจะวิ่งมานี่ แต่ไปดูน้ำท่วมก่อน
“โชคดี เจอนักวิ่ง วันนี้เจอแก๊งลุง … เขาบอกชีวิตนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญนะ ทุกอย่างลิขิตไว้แล้ว” นายชัชชาติกล่าว


ทั้งนี้ นายชัชชาติยังสอบถามถึงรูปปั้นคนร้องไห้ว่ามาจากอะไร
นักวิ่งรายหนึ่งเปิดเผยว่า มาจากครั้งสมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต ตอนนั้นมีเงินหลือจากการสร้างพระบรมรูปทรงม้า กระทรวงมหาดไทย เป็นคนสร้างสะพานนี้ ชื่อว่า สะพานมหาดไทยอุทิศ จึงมีรูปคนร้องไห้

ทั้งนี้ สะพานร้องไห้ที่นายชัชชาติกล่าวถึง คือ สะพานมหาดไทยอุทิศ หรือ สะพานข้ามคลองมหานาค ตั้งอยู่บริเวณวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งนิตยสารศิลปวัฒนธรรม เคยเผยแพร่บทความ “สาเหตุที่ ‘สะพานร้องไห้’ ดูเหตุเบื้องหลัง ‘สะพานมหาดไทยอุทิศ’ มีภาพสลักคนร้องไห้ (4 เม.ย.65) ระบุว่า
ชื่อทั้งสองคือสะพานเดียวกัน โดยชื่อ “สะพานมหาดไทยอุทิศ” เป็นนามที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานเป็นอนุสรณ์ ถึงการที่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยร่วมกันอุทิศเงินจํานวนหนึ่งเพื่อสร้างสะพานนี้ ส่วนชื่อ “สะพานร้องไห้” ได้ชื่อจากภาพสลักกลางสะพานที่สลักเป็นภาพชายหญิงและเด็กอยู่ในอาการโศกเศร้า
ผู้คนภายหลังที่ไม่รู้เรื่องความเป็นมาของการสร้างสะพาน พากันถกเถียงถึงที่มาของชื่อและความหมายของภาพสลักบนสะพาน บ้างก็ว่า เพราะสะพานนี้เป็นเส้นทางผ่านของขบวนแห่ศพไปยังวัดสระเกศฯ เมื่อครั้งอหิวาตกโรคระบาด มีผู้คนล้มตายจํานวนมาก จึงมีขบวนแห่ศพผ่านมาก ผู้ร่วมขบวนซึ่งเป็นญาติพี่น้องผู้ตายก็จะแสดงอาการเศร้าโศก เมื่อสร้างสะพานจึงสลักเป็นภาพคนร้องไห้ บ้างก็ว่าสะพานนี้ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยอุทิศเงินสร้างขึ้นเพื่อแสดงความอาลัยในการพ้นตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จึงสลักเป็นรูปคนกำลังเศร้าโศก
แต่ความจริงที่ปรากฏในหลักฐานประวัติศาสตร์คือ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันอุทิศเงินจำนวน 41,211.61 บาท มอบให้กรมสุขาภิบาล สร้างสะพานนี้ขึ้น ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อให้มีทางสัญจรไปมา บรรจบกับตำบลอันเป็นเงื่อนที่รวมถนนหลายสายให้ติดต่อกัน แต่ยังมิทันสำเร็จตามพระราชประสงค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน
ภาพคนร้องไห้จึงหมายถึงอาการโศกเศร้าถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เมื่อสร้างสะพานนี้สำเร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามเป็นอนุสรณ์ถึงเรื่องราวนี้ว่าสะพานมหาดไทยอุทิศ และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสะพาน เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2457

