‘ชัชชาติ’ ประกาศวิสัยทัศน์ ‘กทม.เมืองเดินได้’ ปลุกจิตวิญญาณ ‘ลดมลภาวะ’ ดันแคมเปญ ‘ปั่นต่อ’

22.09.22 | 16:25 น.

‘ชัชชาติ’ ประกาศวิสัยทัศน์ ‘กทม.เมืองเดินได้’ ปลุกจิตวิญญาณ ‘ลดมลภาวะ’ ดันแคมเปญ ‘ปั่นต่อ’

เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ร่วมกับ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล และนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดงานกิจกรรม วัน Car Free Day และประกาศวิสัยทัศน์ รวมถึงแนวทางนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสัญจรทางเลือกของกรุงเทพฯ

นายชัชชาติกล่าวว่า วันนี้เป็นวัน Car Free Day ซึ่ง กทม. ไม่ได้อยากจัดงานอีเวนต์ ที่จัดมาแค่วันเดียวก็หายไป หน้าที่ กทม.ต้องประกาศเจตนารมณ์ พยายามให้ขนส่งทางเลือก เป็นทางเลือกของคนกรุงเทพฯ เพราะการแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มถนนเท่านั้น ทางที่ดีที่สุดคือ การหาทางเลือกอื่นที่สะดวก และเพิ่มความคล่องตัวให้มากขึ้นนอกจากการใช้รถยนต์ เพราะต้นทุนการใช้รถยนต์มีมหาศาล เช่น การผ่อนรถ การหาที่จอดรถ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ถ้าพยายามเปลี่ยนให้คนมาใช้ขนส่งทางเลือกอื่นได้ จะเป็นสิ่งที่ดีกับเมืองในระยะยาว ดีต่อเศรษฐกิจในชุมชนด้วย

 

Advertisement

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ขนส่งทางเลือกอื่นที่ง่ายที่สุดคือ การเดิน เป็นการเดินทางที่ไม่เสียเงิน ได้สุขภาพด้วย แต่กรุงเทพฯ เดินยากเพราะฟุตบาธไม่เรียบ พื้นไม่แน่น ตกหลุมตกท่อ กทม.มีแนวคิดทำฟุตบาธให้ดี เพิ่มอย่างน้อย 1,000 กิโลเมตร มีโคฟเวอร์เวย์ หรือหลังคาคลุมให้ร่มเงา ไม่เปียกฝนเหมือนกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ทำแบบนี้ทั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งการเดินยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจด้วย เพราะคนเดินสามารถจับจ่ายใช้สอยตามเส้นทางได้ จึงต้องทำให้เป็น เมืองเดินได้

ต่อมา การใช้จักรยาน ไม่ได้หวังให้ขี่ทางไกล แต่ให้เป็นทางเลือกระหว่าง First Mile กับ Last Mile เชื่อมโยงจากบ้านไปถึงสถานีรถไฟฟ้า หรือป้ายรถเมล์ และไปถึงที่ทำงาน ซึ่งจะเป็นการใช้จักรยานพับได้ หรือนำจักรยานมาจอดไว้ กทม.ต้องอำนวยความสะดวกให้ ทำเส้นทางจักรยานที่มีคุณภาพ แต่คงไม่ได้ทำทางด่วนจักรยานยาว 20 กิโลเมตร คงทำเป็นทางเชื่อมระหว่างบ้าน สำนักงาน มาที่สถานีขนส่งหลัก ทำทางให้เรียบไม่มีหลุมมีบ่อ

 

สุดท้าย ระบบขนส่งสาธารณะก็เป็นทางเลือก เช่น มีรถเมล์ครอบคลุม มีรถไฟฟ้าราคาไม่แพง การใช้เรือ เป็นต้น หน้าที่ของ กทม.จึงต้องสร้างระบบขนส่งสาธารณะให้ดี

“Car Free Day ก็ไม่อยากให้เป็นแค่งานอีเวนต์ แต่เป็นสิ่งที่เตือนใจเราว่า เมืองมีหน้าที่สำคัญในการสนับสนุนทางเลือกอื่นนอกจากรถยนต์ เพราะสุดท้ายแล้ว รถยนต์เป็นการใช้ทรัพยากรที่ไม่คุ้มค่านายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ปัจจัยความสำเร็จอีกอย่าง คือผู้บริหารกำหนดนโยบาย Walk the Talk คือต้องเดินในทางที่พูดด้วย ไม่ใช่พร่ำบ่นให้มี Car Free Day แต่ไม่เคยใช่รถสาธารณะเลย ไม่เคยไปดูปัญหาคนที่ใช้ทางเดินเท้า ทำให้ไม่เข้าใจปัญหา ผู้บริหารต้องมีการใช้ระบบขนส่งสาธารณะด้วย

“ไม่ใช่ว่าเอาแต่จัดอีเวนต์ Car Free Day แต่อีก 364 วัน ใช้รถเก๋งตลอด มันก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ ผมว่ามันอยู่ในจิตวิญญาณความรู้สึกด้วยว่า เมืองจะดีขึ้นได้ต้องใช้รถยนต์ให้น้อยลง หันมาใช้ขนส่งสาธารณะ เพื่อลดปริมาณการจราจร ลดการปล่อยมลภาวะให้กับเมือง” นายชัชชาติกล่าว

ด้าน นายศานนท์ รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า วันนี้มีเครือข่ายมาร่วมกัน 17 เครือข่าย ซึ่งเห็นตรงกันว่า Car Free Day เป็นเรื่องสำคัญและอยากให้มีการพัฒนาต่อ ทางเครือข่ายมีการเสนอแคมเปญ “ปั่นต่อ” คือการปั่นจักรยานไปเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ และจะมีกิจกรรมชวนคนในชุมชนที่ใช้จักรยานจริง มาร่วมออกแบบพัฒนาเส้นทางจักรยาน