จบด้วยดี อดีตสามีบุกพังบ้าน ลากภรรยาขึ้นรถไป ตจว. เผยยังรัก ฝ่ายหญิงยันไม่กลับไปคบ

22.09.22 | 18:42 น.

จบด้วยดี อดีตสามีบุกพังบ้าน ลากภรรยาอุ้มขึ้นรถ เผยยังรัก ฝ่ายหญิงโต้พูดดูดี ไม่กลับไปคบอีกแล้ว

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปเหตุการณ์อุกอาจเมื่อกลางดึกวันที่ 20 กันยายน ระบุว่า น้าสาวโดนอดีตสามีที่เลิกรากันไปแต่ไม่ยอมจบ บุกพังบ้านเข้ามาทำร้าย ฉุดกระชากล็อกคอลากออกจากบ้าน ก่อนถูกอุ้มหายไป ไม่รู้ชะตากรรม เหตุเกิดในพื้นที่หมู่ 1 ต.คลองจินดา อ.สามพราน จ.นครปฐม กระทั่งวันต่อมา คนก่อเหตุยอมปล่อยตัวฝ่ายหญิง พร้อมประสานตำรวจ สภ.สามพราน ให้ไปรับที่ จ.เพชรบุรี นั้น


เมื่อวันที่ 22 กันยายน นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พา น.ส.อุ๋ม อายุ 49 ปี ผู้เสียหาย มาออกรายการโหนกระแส พร้อมกับ นายโจ อายุ 38 ปี ผู้ก่อเหตุ ก่อนลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

น.ส.อุ๋มกล่าวว่า ตอนเกิดเหตุถูกอดีตสามีบุกเข้ามาในบ้าน อุ้มพาขึ้นรถไป จ.เพชรบุรี ได้แต่รอความหวังจากตำรวจอย่างเดียว ซึ่งอดีตสามีไม่ได้ทำร้ายร่างกาย แต่มีการข่มขู่ทำให้รู้สึกกลัว ตอนนั้นคิดว่าถ้าไม่ตายก็ต้องอยู่ตรงนั้นไปตลอด กังวลว่าจะไม่มีใครมาช่วย ไม่ได้กลับบ้าน และเป็นห่วงพ่อแม่ที่บ้านเพราะท่านอายุเยอะแล้ว แต่พอเรื่องนี้กลายเป็นข่าวก็ได้รับความช่วยเหลือทันที ตำรวจเดินทางมารับรู้สึกอุ่นใจ

น.ส.อุ๋มกล่าวว่า หลังจากทำข้อตกลงกับอดีตสามีทำให้รู้สึกดีขึ้น มั่นใจว่าเขาจะไม่มายุ่งอีกแล้ว ในอนาคตยืนยันว่าจะไม่กลับไปคบกันอีก เพราะคนรักกันคงไม่ทำร้ายกันขนาดนี้ แม้สิ่งที่อดีตสามีพูดจะฟังแล้วดูดี แต่การกระทำมันไม่ใช่เลย เคยให้โอกาสมาแล้วหลายครั้ง ขอให้ครั้งนี้จบกันด้วยดี ให้อดีตสามีทำให้ได้อย่างที่พูด

Advertisement

น.ส.อุ๋มบอกอีกว่า ส่วนเรื่องเงินที่อดีตสามีให้มาใช้หนี้ ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แต่เขาหาเงินมาให้แค่ช่วง 2 ปีแรกที่คบกัน แต่ 4 ปีหลังจากนั้นตนเป็นคนหาเงินให้อดีตสามี ถือว่ามากพอเท่ากันแล้ว โดยเงินจำนวนนั้นคงจะไม่คืนให้ และจะไม่ติดต่อกันอีก

ด้านนายโจยกมือไหว้ขอโทษ พร้อมกล่าวว่า ยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำลงไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของผัวเมีย ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับพวกตน 2 คน ที่ผ่านมาตนไปทำงานหนักอยู่ที่ต่างจังหวัดเพื่อหาเงินใช้หนี้ รวมถึงสร้างฐานะ สร้างครอบครัวด้วยกัน แต่ฝ่ายหญิงกลับเปลี่ยนไป พยายามหนีหน้าและไล่เหมือนหมูเหมือนหมา ไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร แต่ก็พยายามง้อมาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับการตอบกลับเลย จึงสงสัยว่าแฟนมีคนอื่นหรือไม่ เป็นความอึดอัดและกดดัน

ส่วนที่ก่อเหตุในวันนั้น นายโจกล่าวว่า แค่ต้องการไปเคลียร์กับฝ่ายหญิงเท่านั้น ไม่มีเจตนาทำร้ายเลย คิดอยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องปล่อยตัว ตนไม่ใช่คนที่มีจิตใจโหดร้าย ที่ผ่านมาถ้าฝ่ายหญิงยอมคุยกันด้วยเหตุผลก็คงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้

นายโจกล่าวอีกว่า ความรู้สึกตอนนี้ยังรักและเป็นห่วงฝ่ายหญิงอยู่ แต่ก็ต้องใช้เวลา ตนทำใจได้ เพราะเคยผ่านความเจ็บปวดมาก่อน ส่วนเรื่องเงินที่หาให้ฝ่ายหญิงใช้หนี้ คิดว่าไม่ได้สำคัญขนาดนั้น เพราะชีวิตของตนก็ให้ได้ แค่สงสัยว่าสิ่งที่ทุ่มเทลงไปและคุณค่าของความรักอยู่ตรงไหน

“เมื่อก่อนผมเป็นคนใจร้อน แต่พอได้คบกับผู้หญิงคนนี้ทำให้ใจเย็นมากขึ้น ทำให้ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง 80% แต่เหมือนฝ่ายหญิงเอาบ่วงความรักมาคล้องคอไว้ จูงให้ไปไหนก็ยอมไป ให้ทำอะไรก็ยอมทำ ตลอด 6 ปีที่คบกันมาทำเพื่อฝ่ายหญิงมาตลอด แต่วันนี้ความรักมาถึงทางตันแล้ว ในเมื่อฝ่ายหญิงไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำเลยก็พร้อมจะไป และเอาเวลาไปใส่ใจความรู้สึกคนรอบข้างดีกว่า” นายโจกล่าว

กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า หลังจากทั้งคู่ได้คุยกันจบลงด้วยดี เพราะได้มีการทำข้อตกลงกัน โดยฝ่ายชายรับปาก จะไม่ติดต่อฝ่ายหญิงทุกช่องทาง ไม่เดินทางไปหา ไม่ทำร้ายร่างกาย และไม่ทำให้ฝ่ายหญิงเสียหาย ซึ่งฝ่ายหญิงก็ไม่ติดใจอะไร ถ้าหากฝ่ายชายทำได้ตามข้อตกลง ส่วนเรื่องคดีที่อาจจะยอมความไม่ได้ หากตำรวจมีการดำเนินคดีฝ่ายชายตนก็พร้อมหาทนายมาช่วยเหลือ