เปิดบัญชีค่ารื้อ-ถอน 19 รีสอร์ตภูทับเบิกต้องควักกระเป๋าจ่าย ผู้ว่าฯชี้หากไม่จ่ายก็ต้องฟ้องร้อง
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงาน ศูนย์ปฎิบัติการตามมาตรการแก้ไขปัญหาการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินป่าทับเบิก ซึ่งมีนายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นประธาน เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีการหยิบยกเรื่องการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง 19 รีสอร์ตล็อตแรกขึ้นมาพิจารณา เนื่องจากในคำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/59 ข้อ 3 ซึ่งระบุให้เจ้าของสถานที่ชดใช้หรือออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จากการที่เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ 2(3) กระทั่งนางแจ่มศรี ใยสำลี คลังจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานฝ่ายการเงินและบัญชี ศูนย์ปฏิบัติการฯ ได้สรุปยอดเงินค่าใช้จ่ายการรื้อถอน 19 รีสอร์ตล็อตแรก หลังคณะเจ้าหน้าที่ได้ปิดจ๊อบการรื้อถอนไปเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งมีการประเมินค่าจัดเก็บรักษาทรัพย์สิน ค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ ค่าน้ำมัน ค่าเครื่องจักร ฯลฯ ตั้งแต่วันเปิดปฏิบัติการวันที่ 19 สิงหาคมจนถึงวันปิดปฏิบัติการวันที่ 28 กันยายน นำเสนอต่อที่ประชุม มียอดเงินรวมทั้งสิ้น 2,353,964 บาท โดยยอดเงินก้อนนี้ยังไม่ได้เป็นยอดสุทธิเนื่องจากยังไม่รวมค่าใช้จ่ายของฝ่ายตำรวจ

ผ้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับค่าใช้จ่ายที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะวางบิลเรียกเก็บจาก 19 รีสอร์ตบนภูทับเบิก ได้แก่ 1.โรงเตี๊ยม จำนวน 613 ,553 บาท 2.เคียงดาว จำนวน 144,362 บาท 3.ทับเบิกภูฏาน จำนวน 404,167 บาท 4.สานฝันรีสอร์ท จำนวน 71,422 บาท 5.บ้านสายหมอก จำนวน 192,629 บาท 6.ภูทองคำ จำนวน 205,722 บาท 7.อิงฟ้า จำนวน 77,751 บาท 8.คานาอัน จำนวน 155,677 บาท 9.ไร่ตายาย จำนวน 127,817 บาท 10.ทับเบิกวิลเลจ จำนวน 96,040 บาท 11.ทับเบิกอินดี้ จำนวน 31,529 บาท 12.สกายวิว จำนวน 26,416 บาท 13.มอนเตริโอ จำนวน 60,635 บาท 14.ทับเบิกอีโค จำนวน 64,020 บาท 15.ประชารีสอร์ต จำนวน 80,823 บาท 16.บ้านชมวิวไม่มีค่าใช้จ่าย (รื้อเอง) 17.โฮมสเตย์ลุงท้ายไม่มีค่าใช้จ่าย (รื้อเอง) 18.สเตชั่น จำนวน 1,402 บาท (รื้อเอง)

ทั้งนี้ในที่ประชุมนายพิบูลย์ได้กำชับเรื่องหลักฐานเบิกจ่ายต้องชัดเจนและให้เป็นไปตามความจริงมากที่สุด และขอให้อ้างอิงการเบิกจ่ายตามระเบียบทางราชการอีกด้วย เนื่องจากประเมินว่าอาจจะมีผู้ประกอบการและเจ้าของรีสอร์ตในจำนวนนี้ยื่นฟ้องร้องต่อสู้คดี ขณะเดียวกันยังจี้ให้ทางตำรวจเร่งส่งค่าใช้จ่ายภายใน 7 วัน จากนั้นขอให้ทางอัยการจังหวัดในฐานะที่คณะทำงานฝ่ายกฎหมายตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนจะจัดส่งยอดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของรีสอร์ตโดยเร็ว พร้อมย้ำด้วยว่าหากไม่ยอมจ่ายก็ให้ดำเนินการฟ้องร้องในโอกาสต่อไปอีกด้วย


