เมื่อวันนี้ 13 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงายจากจ.สุรินทร์ กรณีชาวนา จ.สุรินทร์ รวมทั้งหน่วยงานราชการทั้งหลาย ร่วมรณรงค์ให้ชาวนาที่ทำนา ให้นำข้าวมาสีเอง และขายเอง โดยผ่านส่วนราชการต่างๆ ทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด และรับไปขายให้ที่ส่วนกลาง จะสร้างผลกระทบให้กับโรงสีข้าวในจ.สุรินทร์ มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งโครงการรับจำนำยุ้งฉางจากชาวนาของรัฐบาลเจ้าของโรงสีมีความเห็นว่าเป็นอย่างไรนั้น
นายอนันต์ วังอมรมิตร เจ้าของโรงสีทรัพย์อนันต์ อยู่ที่กม.11 ถนนสายสุรินทร์-ปราสาท ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ว่า กรณีดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อโรงสี เพราะมันเป็นแค่กระแสที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า เมื่อการเก็บเกี่ยวข้าวต้นฤดูก็จะเป็นเช่นนี้เสมอ จากนั้นก็จะเข้ารูปแบบเดิม ชาวนาต้องรำข้าวเปลือกมาขายให้โรงสีเช่นเดิม ปัจจุบันก็มีชาวนานำข้าวเปลือกมาขายให้โรงสีตลอด ไม่มีการกดราคา เพราะเป็นข้าวใหม่อยู่ที่ข้าวของเจ้าที่นำมาขาย มีความชื้นราคาอยู่ที่ กว่า 7,000 บาทต่อ ตัน ถ้าตากแห้งมาแล้วราคาอยู่ที่ 8,500 บาท ต่อตัน ไม่เกี่ยวกับข้าวสต็อกค้างปี จะสีไปขายได้ในราคาที่ขาดทุน 40 % เพราะฉะนั้น อย่ามองว่าโรงสีเอาเปรียบชาวนา เพราะมันรับซื้อได้ในราคานี้จริงๆ แต่เมื่อรัฐบาลมีโครงการที่เพื่แประโยชน์ของชาวนา ชาวโรงสีก็ดีใจด้วย เพราะอยากให้ชาวนาทั่วประเทศได้ลืมตาอ้าปากได้สักที

