‘หมวดวิชัย นักปลูกต้นไม้’ อาการดีขึ้นแต่ต้องงดปลูกป่า ปธ.เครือข่ายท่องเที่ยวฯขอสานต่อปณิธาน

14.11.16 | 09:52 น.

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ นายตำรวจนักปลูกต้นไม้ชื่อดังแห่ง อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ที่ป่วยหนักด้วยอาการของโรคไตและโรคหัวใจวายและได้เข้าพักรักษาตัวที่ตึก 4 ชั้น 3 เตียง 1 รพ.ศรีสะเกษ ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ต่อมานายธวัช  สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษ ได้เป็นตัวแทนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำเอากระเช้าดอกไม้และเงินสด จำนวน 20,000 บาท มามอบให้แก่ ร.ต.ต.วิชัย ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น ล่าสุด เมื่อเวลา 08.15 น. ที่ผ่านมา ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ที่ปรึกษา ผวจ.ศรีสะเกษ ด้านการท่องเที่ยวและประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.ศรีสะเกษ และคณะ ได้นำเอากระเช้าเครื่องดื่มบำรุงร่างกายมาเยี่ยมอาการป่วยของ ร.ต.ต.วิชัย ซึ่งตอนนี้ค่อนข้างสดชื่นมากกว่าเดิม แต่ยังนอนพักอยู่บนเตียงผู้ป่วย ได้ลุกขึ้นนั่งบนเตียงและพูดคุยกับผู้มาเยี่ยมอาการป่วยด้วยความดีใจ

ร.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า หลังจากที่แพทย์มาตรวจอาการป่วยเมื่อช่วงเช้า ระบุว่าอาการป่วยของตนวันนี้ดีขึ้นกว่าเดิม สภาพร่างกายเริ่มแข็งแรงขึ้นมาแล้ว แต่ว่ายังคงต้องงดกิจกรรมในการปลูกป่าเอาไว้ก่อน เนื่องจากร่างกายยังไม่สมบูรณ์แข็งแรงเหมือนเดิม ซึ่งในการปลูกป่าที่ตนทำเป็นประจำทุกวันนั้น ขณะนี้มีผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมด้วยจำนวนมาก และตนได้มอบให้ ดร.กัลยาณี ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกันกับตน ได้ร่วมกับคณะช่วยกันปลูกป่าต่อไป และหลังจากที่ตนหายป่วยออกจาก รพ.ศรีสะเกษแล้วก็จะไปปลูกป่าต่อทันที ตนขอยืนยันว่าจะปลูกป่าต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะหลุดออกไปจากร่าง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการทำความดีและเพื่อเป็นการเดินตามรอยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช อย่างเต็มที่ต่อไป

201611140940271-20080804112417

ด้าน ดร.กัลยาณีกล่าวว่า เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.ศรีสะเกษ เป็นเครือข่ายในการปลูกป่าร่วมกับ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ มานานแล้ว และมีการจัดกิจกรรมปลูกป่าร่วมกันมาเป็นประจำอยู่เสมอ ซึ่งการที่ ร.ต.ต.วิชัยป่วยด้วยโรคหัวใจวายนี้ ตนและสมาชิกของเครือข่ายการท่องเที่ยวทุกคนพร้อมที่จะร่วมกันสานต่อปณิธานการปลูกป่าของ ร.ต.ต.วิชัย โดยเมื่อ ร.ต.ต.วิชัยหายป่วยออกจาก รพ.ศรีสะเกษ จะร่วมกันปลูกป่าให้เต็มพื้นที่ทั้ง จ.ศรีสะเกษต่อไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย