‘เจ้าพระยา’ เฟสแรกเริ่มตอกเสาเข็ม มิ.ย.60 กทม.เผย 309 ครัวเรือนยอมหาที่อยู่ใหม่

14.11.16 | 14:39 น.

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พล.ต.ต.ประสพโชค พร้อมมูล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในฐานะประธานคณะกรรมการปกครองและรักษาความสงบและระเบียบเรียบร้อย สภากรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมติดตามโครงการสำรวจ ออกแบบ และจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สำนักงานเขตพระนคร ว่า โครงการพัฒนาริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในระยะแรกเกี่ยวข้องกับเขตที่มีพื้นที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขตบางซื่อ เขตดุสิต เขตพระนคร และเขตบางผลัด โดยจะมีการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งละ 7 กิโลเมตร (กม.) เบื้องต้นได้รับแบบก่อสร้างจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างประมวลผล เตรียมนำเสนอกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในเดือนธันวาคม เพื่ออนุมัติสัญญาจ้าง

“จะเริ่มสร้างที่ฝั่งธนบุรีก่อน เนื่องจากชุมชนไม่คัดค้านการก่อสร้าง เช่น ชุมชนวัดเทวราชกุญชร อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิครอบครองที่ดิน อีกทั้งรัฐบาลยังมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหลายด้าน” พล.ต.ต.ประสพโชค กล่าว

S__6889493
ด้านนายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานออกแบบ สำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า หลัง สจล.ส่งแบบให้สำนักการโยธา กทม.ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด พบว่า ระยะแรกมีครัวเรือนที่ต้องย้ายออกจากพื้นที่ทั้งหมด 309 ครัวเรือน ใน 12 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนปากคลองบางเขนใหม่ ชุมชนวัดสร้อยทอง ชุมชนวัดฉัตรแก้ว ชุมชนเขียวไข่กา ชุมชนองค์กรทอผ้า ชุมชนริมไทร ชุมชนราชผาทับทิม ชุมชนศาลเจ้าแม่ทับทิม ชุมชนมิตตคาม 2 ชุมชนมิตตคาม 1 ชุมชนสีคาม และชุมชนวัดเทวราชกุญชร ในจำนวนนี้ขอย้ายไปอยู่แฟลตกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) จำนวน 64 ครัวเรือน ย้ายไปบ้านเอื้ออาทรการเคหะ จำนวน 50 ครัวเรือน ขอซื้อที่ดินสร้างชุมชนใหม่แถวบางใหญ่โดยจะรวมกลุ่มตั้งเป็นสหกรณ์ จำนวน 36 ครัวเรือน ขอย้ายออกจากพื้นที่จำนวน 45 ครัวเรือน และขออยู่ที่เดิม จำนวน 114 ครัวเรือน

“ในระยะแรกที่ตั้งเป้าก่อสร้างคือในเดือนธันวาคมจะนำเสนอรูปแบบที่ได้จาก สจล.เข้ากระทรวงมหาดไทย หลังจากนั้นเมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแล้วจะใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน เพื่อจัดหาผู้รับจ้าง ทั้งนี้เมื่อได้รับผู้รับจ้างแล้วจะนำเข้า ครม.อีกครั้ง เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่และกินระยะยาวนาน และคาดว่าประมาณเดือนมิถุนายน 2560 จะได้ลงนามสัญญาและลงเสาเข็ม ทั้งนี้ระยะแรกได้ประมาณการเรื่องของงบประมาณนั้น จะใช้งบฯ ทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาทเศษ ในจำนวนนี้รวมถึงงบฯ แผ่นพืดเหล็กชีทไพล์ (Sheet Pile) สำหรับสร้างเป็นแนวป้องกันหรือกำแพงเข้าไปด้วย เพราะสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ร้อยละ 100 และมีผลในระยะยาว” นายไทวุฒิ กล่าว

แหล่งข่าวจากกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่าได้แนะนำให้ปรับแก้แบบเน้นให้ล้ำเข้าพื้นที่แม่น้ำให้น้อยลงกว่าเดิม และให้ สจล.หาข้อมูลยืนยันเพิ่มเติมในส่วนของผลกระทบในการเดินเรือ และการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ด้วย

Advertisement