รองโฆษกสภาทนายเผย “วิเชียร ชุบไธสง” นายกสภาทนายฯสั่งการ ส่งทนายลงพื้นที่ช่วยเหลือกฎหมายญาติบัณฑิตวิศวกรรม ถูกเยาวชนขับบีเอ็มชนตาย เรียกค่าเสียหาย ชี้บิดามารดาเด็กอาจต้องร่วมรับผิดหากไม่ระวังเพียงพอ
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมป์ นายวีรศักดิ์ โชติวานิช อุปนายกฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศรองโฆษกสภาทนายความ ให้ความเห็นข้อกฎหมาย ถึงเหตุการณ์วัยรุ่นอายุ 16 ปี ขับรถบีเอ็มดับเบิลยู ชนรถจักรยานยนต์จนบัณฑิตวิศวกรรม เกียรตินิยม ถึงแก่ความตายว่า คดีนี้เป็นคดีที่กระทบต่อสังคมเพราะผู้ตายเพิ่งสำเร็จการศึกษาและเรียนดีจนได้เกียรตินิยมเมื่อมีผู้ตายมีศักยภาพขนาดนี้ เสียชีวิตลงใครจะไปอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา และจะมีช่องทางใดในการเยียวยาความเสียหายแก่ครอบครัวผู้เสียหาย เรื่องนี้ เมื่อนายสุนทร พยัคฆ์ เลขาธิการสภาทนายความทราบข่าวจึงรายงานให้ นายวิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความฯ ทราบ
นายวีรศักดิ์กล่าวว่า นายวิเชียรเองเคยมีประสบการณ์ช่วยเหลือคดี 2 บัณฑิตปริญญาโท ที่ขับรถบนถนนพหลโยธินมุ่งหน้าอยุธยา แล้วถูกรถเบนซ์ขับชนเสียชีวิตเมื่อปี 59 มาแล้ว ซึ่งคดีนั้นนายวิเชียรช่วยเหลือทางคดีในการเรียกค่าสินไหมทดแทน คดีนี้ก็คล้ายกัน นายกสภาทนายความจึงสั่งการให้นายวีระศักดิ์ บุญเพลิง กรรมการบริหารสภาทนายความภาค 3 ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้เสียหายแล้วในวันนี้
นายวีรศักดิ์กล่าวต่อว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าคนก่อเหตุมีอายุ 16 ปี ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กมาตรา 27, 29 ดังนั้นจะไปเสนอชื่อจริงที่อยู่ไม่ได้ซึ่งสื่อมวลชนส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติตามแล้ว แต่บิดามารดาของเด็กผู้ก่อเหตุต้องร่วมรับผิด หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร และใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯเองก็มีบทลงโทษทางอาญาจำคุกบิดามารดาด้วย ถ้าฟังได้ว่ามีส่วนสนับสนุนเด็ก แม้ไม่ใช่โดยตรงก็ตาม
ในส่วนฝ่ายผู้เสียหาย เห็นว่ากฎหมายแพ่งให้สิทธิ์ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้ก่อเหตุฐานละเมิดพร้อมดอกเบี้ย ตามความร้ายแรงของเหตุละเมิด โดยคำนวณจากฐานานุรูปของผู้ตาย ได้แก่ ค่าปลงศพ ค่าอุปการะเลี้ยงดูโดยคำนวณว่าหากผู้ตายมีชีวิตอยู่บิดามารดาจะได้รับอุปการะเป็นเงินเดือนละเท่าใด ปัจจุบันคำนวณให้ถึง 90 ปี ซึ่งฝ่ายที่เป็นผู้ก่อเหตุต้องจ่าย โดยเรียกร้องและกำหนดค่าสินไหมเป็นรายเดือน รายปีก็ได้
นอกจากนี้คดีนี้หากพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีญาติก็สามารถขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ตามกฎหมาย ป.วิอาญามาตรา 5 อนุสองประกอบมาตรา 30 และบิดามารดาจะใช้สิทธิเรียกค่าเสียหายตามมาตรา 44/1 เข้าไปในคดีอาญา โดยไม่ต้องแยกไปฟ้องคดีแพ่งก็ได้ เช่น ค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์ และค่าขาดไร้อุปการะต่างๆ
ในส่วนเยาวชนผู้ก่อเหตุ อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีเยาวชนมาตรา 4 การดำเนินคดีต้องคำนึงถึงสภาพกายสติสัมปชัญญะ การตัดสินใจของเยาวชนมาประกอบ โดยจะมีที่ปรึกษากฎหมาย ที่ต่างกับทนายความคอยช่วยเหลือ และในส่วนของศาลก็จะคำนึงหลักการให้เยาวชนกลับตัวมาเป็นคนดีแก่สังคม อีกด้วย
“ปัจจุบันคนไทยมีวินัยในการขับขี่รถบนท้องถนนมากขึ้นแต่อุบัติเหตุร้ายแรงก็เกิดเสมอ เช่น คดีหมอกระต่ายถูกตำรวจขี่จักรยานยนต์ชนในทางเท้า คดีสาววัยรุ่นชนรถตู้บนโทลเวย์ทำให้อาจารย์ธรรมศาสตร์เสียชีวิตพร้อมคนอื่นรวม 9 ศพ สังคมจะต้องเข้าใจรับรู้ถึงสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายว่าจะใช้ช่องทางใดที่สะดวกมีประสิทธิภาพ สภาทนายความในฐานะเป็นองค์กรกฎหมายมีหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชน นอกจากให้ความรู้แล้ว ก็ให้ความช่วยเหลือจัดทนายความให้โดยคดีนี้จะนำเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารในสัปดาห์หน้า” นายวีรศักดิ์กล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

