‘วราวุธ’ สั่งกรมทะเล เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี หวั่นกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล

3.10.22 | 12:40 น.

‘วราวุธ’ สั่งกรมทะเล เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี หวั่น กระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล

วันที่ 3 ตุลาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากนายสุเทพ เจือละออง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ว่าเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ได้รับแจ้งจากเพจนิราศเมืองแกลง ว่าพบปรากฏการณ์น้ำทะเลมีสีเขียว บริเวณ ชายหาดแหลมแม่พิมพ์ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งตนไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ลงพื้นที่ในวันนี้ (3 ตุลาคม) เพื่อเร่งติดตามและตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเล จากการสำรวจบริเวณชายหาดแหลมแม่พิมพ์

นายอรรถพลกล่าวว่า เบื้องต้นได้พบน้ำทะเลมีสีเขียวเข้มตลอดทั้งหาดจริง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร และส่งกลิ่นเหม็นคาวไปทั่วบริเวณชายหาด เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯได้ดำเนินการสำรวจบริเวณโดยรอบไม่พบสัตว์ทะเลหายากหรือสัตว์น้ำเกยตื้นตาย จากนั้นจึงทำการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลบริเวณหาดแหลมแม่พิมพ์ ทำการตรวจสอบพบว่าคุณภาพน้ำทั่วไป ปรากฏว่าผลของน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติ ตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่ 4 เพื่อการนันทนาการ พร้อมกันนี้ได้สอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ทราบว่าน้ำทะเลเริ่มมีสีเขียวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม โดยคาดว่าอาจเกิดขึ้นจากการสะพรั่งของแพลงตอนพืชกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลต ชนิด Noctiluca scintillans ซึ่งเป็นชนิดที่ไม่สร้างสารชีวพิษ และมักเป็นสาเหตุให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก

นายอรรถพลกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี พี่น้องชุมชนชายฝั่งอาจจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติสรรสร้างขึ้นมา แต่ในมุมมองของนักวิชาการยังคงเป็นเรื่องที่พวกเราต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีไม่ใช่เพียงเกิดขึ้นจากธรรมชาติเท่านั้น แต่กิจกรรมของมนุษย์ก็มีส่วนที่ทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสี โดยการกระตุ้นการเจริญเติบโตของพวกสาหร่ายเซลล์เดียว อย่างเช่น การปล่อยน้ำเสียจากการทำเกษตรกรรม หรือน้ำจากการซักล้างด้วยผงซักฟอกลงในแหล่งน้ำต่างๆ ส่งผลให้น้ำเสียไหลลงสู่ทะเล เพราะในน้ำเสียเหล่านี้อุดมไปด้วยฟอสฟอรัสกับไนโตรเจนที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของสาหร่ายเซลล์เดียว จึงทำให้เกิดการเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว

Advertisement

ทั้งนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ กำชับให้ ทช. ติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และสั่งการให้หน่วยงาน ทช. ทุกพื้นที่ชายฝั่งทะเลเฝ้าระวัง เพราะช่วงนี้เป็นหน้ามรสุมอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์กระจายตัวของแพลงตอนทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสีสร้างความเสียหายแก่ระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกับให้ ทช. ประสานงานไปยังจังหวัดและท้องถิ่นให้รับทราบ เพื่อจะได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันในทุกมิติ รวมถึงให้จัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งด้านการวิจัย การฝึกอบรม และการติดตามตรวจสอบ อีกทั้งการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ผ่านสื่อรูปแบบต่างๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชน และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลได้มีส่วนร่วมทำหน้าที่สนับสนุนอีกหนึ่งแรงในการดูแลท้องทะเลไทย ซึ่งเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่ทุกคนต้องร่วมใจกันปกป้องและคุ้มครองทรัพยากรเหล่านี้ให้คงความสมบูรณ์และยั่งยืนต่อไป