บิ๊กโจ๊ก จับมือปวีณา จับ 3 ผู้ต้องหา หลอกเด็กสาววัย 16 ค้ากามเมียนมา

3.10.22 | 16:25 น.

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. จับกุมขบวนการหลอกเหยื่อบังคับค้าประเวณีประเทศเมียนมา หลังมูลนิธิปวีณาขอความช่วยเหลือ


เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2565 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศพดส.ตร) ร่วมกับนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี แถลงจับกุมขบวนการหลอกลวงผู้เสียหายเป็นน.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ไปค้าประเวณีประเทศเมียนมา จากกรณีนางปวีณาได้พา น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย อายุ 16 ปี พร้อมผู้ปกครอง เข้าร้องเรียนตั้งแต่เมื่อ 1 กันยายน 2565 ถูกหลอกลวงให้เดินทางไปยังประเทศเมียนมา และถูกบังคับให้ค้าประเวณีก่อนจะได้รับการช่วยเหลือและพากลับมายังประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยในเวลาต่อมา โดยขอให้สืบสวนติดตามและดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายที่หลอกลวง น.ส.เอ ปรากฏว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร., ศพดส.ภ.จว.บุรีรัมย์ และ สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เร่งสืบสวนติดตามคดีนี้อย่างเร่งด่วน โดยได้ประสานความร่วมมือไปยังกองกำลังทหารประเทศเมียนมา เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว จนทราบว่าขบวนการดังกล่าวได้ร่วมกันกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำ เริ่มต้นจากการหลอกลวงเหยื่อให้มีความต้องการเดินทางไปทำงาน นำพาลักลอบข้ามแดนไปยังประเทศเมียนมา และถูกบังคับค้าประเวณีในที่สุด เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้ทำการสืบสวนจนทราบตัวผู้กระทำผิดทั้งหมด

จากนั้นได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องของหมายจับต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์และสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย

1.น.ส.ณัฐฐิตา หรือออม บุญญประภา อายุ 29 ปี ที่อยู่ 68/1 หมู่ 2 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ทำหน้าที่เป็นคนหลอกลวงให้เหยื่อไปทำงานที่ประเทศเมียนมา โดยสามารถจับกุมได้ที่ท่าข้ามธรรมชาติ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก

Advertisement

2.นายอาหลู่ผะ หรือไวน์ เบียะสี อายุ 44 ปี ที่อยู่ 56/22 หมู่ 2 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ สามีของ น.ส.ณัฐฐิตา ทำหน้าที่เป็นคนนำพาเหยื่อลักลอบข้ามแดนไปยังประเทศเมียนมา สามารถจับกุมได้ที่ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย”, “ค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีโดยเป็นธุระจัดหา พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก หรือซึ่งได้กระทำแก่บุคคลผู้มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี”, “บังคับใช้แรงงานหรือบริการ โดยข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำงานหรือให้บริการโดยวิธีการนำภาระหนี้ของบุคคลอื่นส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด” และ “ชักจูง ส่งเสริมยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก”

3.น.ส.สุพัฒตา หรือกิ่ง บุระเนตร อายุ 23 ปี ที่อยู่ 198 หมู่ 17 ต.หัวนาคำ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี เป็นเจ้าของร้าน (KTV) ที่ประเทศเมียนมา บังคับเหยื่อค้าประเวณีโดยสามารถจับกุมได้ที่ท่าข้ามธรรมชาติ ต.ท่า สายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ซึ่งถูกพรากไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย”, “ค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีโดยเป็นธุระจัดหา พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก หรือซึ่งได้กระทำแก่บุคคลผู้มีอายุต่ำกว่า18ปี”, “บังคับใช้แรงงานหรือบริการ โดยข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำงานหรือให้บริการโดยวิธีการนำภาระหนี้ของบุคคลอื่นส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด” และ “ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก”

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า คดีนี้ น.ส.ณัฐฐิตา หรือออม ผู้ต้องหา ได้ชักชวน น.ส.เอ ผ่านแอพพลิเคชั่น Line และ Facebook ให้ไปทำงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในประเทศเมียนมา โดยอ้างว่าจะได้เงินสัปดาห์ละ 50,000 บาท ทำประมาณ 2 เดือน จะมีเงินเก็บประมาณ 200,000-400,000 บาท ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จากนั้น น.ส.ณัฐฐิตาได้ให้นายอาหลู่ผะ ซึ่งเป็นสามีพา น.ส.เอลักลอบข้ามชายแดนในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยใช้ช่องทางธรรมชาติและนำไปส่งให้กับ น.ส.สุพัฒตา เจ้าของร้านอาหาร (KTV) หลังบ่อนการพนัน แจ็คดรากอนไนท์จังหวัดเมียวดีประเทศเมียนมา โดย น.ส.สุพัฒตาได้บังคับให้ น.ส.เอขายบริการทางเพศ น.ส.เอจึงได้ขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณา และได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กลับมายังประเทศไทยในที่สุด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับการร้องเรียนจากมูลนิธิปวีณา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร.ร่วมกับสหวิชาชีพในการสอบถามข้อมูลจากเหยื่อ และรวบรวมพยานหลักฐานในการสืบสวน หาตัวผู้กระทำความผิดในขบวนการดังกล่าว จนสามารถระบุตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้งคนหลอกชักชวนเหยื่อ คนลักลอบพาข้ามแดน และเจ้าของร้านคนไทยในประเทศเมียนมาที่อยู่รับตัวเหยื่อปลายทาง โดยใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ในการสืบสวน ติดตาม จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ให้ช่วยกันดูแลบุตรหลานของท่าน รวมทั้งให้ระมัดระวังในการหางานผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย โดยหากพบเบาะแสเกี่ยวกับขบวนการหลอกลวงเหยื่อไปค้าประเวณี หรือค้ามนุษย์ สามารถแจ้งได้ทุกช่องทางของ ศพดส.ตร. หรือสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง