ปธ.ศาลฎีกาห่วงใยน้ำท่วม ยอมรับศาลหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ เร่งบริหารจัดการคดีไม่ให้คั่งค้าง

4.10.22 | 09:34 น.

ประธานศาลฎีกาห่วงใยน้ำท่วม ยอมรับศาลหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ จัดเวรเฝ้าเอกสาร สำนวน เร่งบริหารจัดการคดีไม่ให้คั่งค้าง

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ ประธานศาลฎีกาคนที่ 48 ได้มอบนโยบายประธานศาลฎีกา พ.ศ.2565-2566 แก่ผู้พิพากษาและข้าราชการศาลยุติธรรมทั่วประเทศ “รักศาล ร่วมใจ รับใช้ประชาชน” (Solidarity, Unity, and Public Service) ภายหลังเข้าดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2565 ดังนี้


1.รักศาล เสริมสร้างจิตสำนึกให้บุคลากรในองค์กรศาลยุติธรรม ทั้งข้าราชการตุลาการ ข้าราชการศาลยุติธรรม พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้พิพากษาสมทบ ผู้ประนีประนอม ตลอดจนบุคคลภายนอกที่เข้าร่วมงานกับศาลยุติธรรม มีความรักความผูกพันในองค์กร โดยมุ่งเน้นการสร้างความสามัคคี การทำงานเป็นทีม การสร้างทัศนคติและสภาวะแวดล้อมที่ดีในการทำงาน รวมทั้งมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรทุกฝ่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของศาลยุติธรรมในการให้บริการประชาชน

2.ร่วมใจ มุ่งเน้นให้บุคลากรในองค์กรศาลยุติธรรมร่วมมือร่วมใจปฏิบัติหน้าที่อย่างมุ่งมั่น ตั้งใจ โปร่งใส มีความรับผิดชอบ มีจิตใจบริการ พร้อมอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม อย่างทั่วถึงและมีมาตรฐานเดียวกัน บนระบบการทำงานที่เน้นผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ส่วนรวม

3.รับใช้ประชาชน ยกระดับการอำนวยความยุติธรรมและการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน มุ่งให้บุคลากรมีจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกันให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและเต็มกำลังความสามารถ โดยถือความต้องการของประชาชนผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง เน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมใหม่มาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการของศาลยุติธรรมโดยง่าย สะดวก ประหยัด รวดเร็ว เสมอภาค และเท่าเทียม เพื่อธำรงความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรศาลยุติธรรม

Advertisement

นายโชติวัฒน์กล่าวว่า หลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานศาลฎีกาได้เน้นนโยบายเสริมสร้างการปลูกจิตสำนึกให้บุคลากรมีความรัก ความผูกพันในองค์กร มีความสามัคคี ทำงานเป็นทีม มีจิตใจบริการ พร้อมอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม โดยถือความต้องการของประชาชนผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการของศาลยุติธรรมโดยง่าย สะดวก ประหยัด รวดเร็ว เสมอภาค และเท่าเทียม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ นายโชติวัฒน์ยังมีความห่วงใยหลังจากพายุโนรูพัดเข้าถล่มประเทศไทย ทำให้บ้านเรือนประชาชนหลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่เว้นแม้แต่ที่ทำการศาล อาคาร บ้านพักบุคลากร ได้รับผลกระทบจากน้ำไหลบ่าเข้าท่วม อาทิ ศาลจังหวัดชัยภูมิ ทำให้ในวันนี้ถนนและบริเวณโดยรอบอาคารศาลจังหวัดชัยภูมิ มีน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร เจ้าหน้าที่ต่างเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมจัดเวรเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเฝ้าระวังเอกสาร สำนวน

ขณะเดียวกัน บ้านพักของบุคลากรศาลจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ต่างเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ปัจจุบันน้ำยังไหลหลากเข้าท่วม และยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ นอกจากนี้ ยังมีศาลจากพื้นที่ต่างๆ ได้รับผลกระทบเช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบและประเมินความเสียหาย

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งนี้อาจจะทำให้การพิจารณาพิพากษาคดีได้รับผลกระทบบ้าง แต่ศาลยุติธรรมยังมุ่งมั่นที่จะอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนอย่างทั่วถึง ทุกท้องที่ ด้วยความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างที่สุด โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานเพื่อเร่งบริหารจัดการคดีไม่ให้คั่งค้างในสถานการณ์ดังกล่าว