‘ผอ.เขตบางพลัด’ ตามเรื่องให้ หลังชาวบ้านร้องชัชชาติ ‘ไม่เปิดเครื่องสูบน้ำวัดภคินีนาถ’ ส่องจุดฝนขย่มเสาไฟล้ม เจอสายห้อยต่องแต่งพันแค่เทปทิ้งไว้ สั่งเร่งอุดอีก 2,000 กระสอบ ริมเจ้าพระยา
เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่บริเวณลานจอดรถร้านอาหารริเวอร์ บาร์ คลับ เรโทร ซอยจรัญสนิทวงศ์ 66/1 น.ส.อารียา เพ็งประเสริฐ ผู้อำนวยการเขตบางพลัด พร้อมด้วย นายวัชรพงศ์ วันนู ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางพลัด น.ส.จินตนา ชาญศรี หัวหน้าฝ่ายโยธา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่บริเวณลานจอดรถร้านอาหารริเวอร์บาร์ เพื่อติดตามและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการเร่งบรรจุกระสอบทรายจำนวน 24 คิว (บรรจุประมาณ 2,000 ลูก) สำหรับเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำและเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง น้ำเหนือ และน้ำที่มาจากปรากฏการณ์ธรรมชาติในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนกำลังพลทหารเรือ จาก กองรักษาความปลอดภัยฐานทัพเรือกรุงเทพ (รปภ.ฐท.กท.) จำนวน 20 นาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา กลุ่มงานระบายน้ำ จำนวน 25 คน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะกว่า จำนวน 30 คน พร้อมรถตัก (JCB)

ทั้งนี้ น.ส.อารียา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเขต เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาและฝ่ายสิ่งแวดล้อมฯ ได้มอบอาหารกลางวันและน้ำดื่มจำนวน 10 แพ็ค แก่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
สำหรับการเตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ สำนักงานเขตบางพลัด ได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา ฝ่ายเทศกิจ และฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ ช่วยดูแลติดตามสถานการณ์น้ำ ระดับน้ำในคูคลอง สำรวจความมั่นคงของแนวคันกั้นน้ำ (กระสอบทราย) ตามพื้นที่ลุ่มต่ำจุดเสี่ยง จุดฟันหลอที่อาจจะได้รับผลกระทบ ตลอดจนขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ ทั้งนี้ ฝ่ายเทศกิจยังมีบริการรถรับ-ส่งพี่น้องประชาชนให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อีกด้วย


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ติดแนวริมแม่น้ำเสี่ยงน้ำท่วมจะมีการจัดการอย่างไร ?
น.ส.อารียากล่าวว่า อย่างไรน้ำต้องเข้าอยู่แล้ว เราจึงต้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน แต่มีบางส่วนที่เป็นจุดรอยรั่วของเขื่อน
เมื่อถามว่า วันนี้ถ้าฝนตกมาสามารถกั้นได้ เอาอยู่ใช่หรือไม่ น.ส.อารียากล่าวว่า “ได้ เอาอยู่ “

จากนั้น น.ส.อารียาได้พูดคุยและให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาชายรายหนึ่ง อธิบายถึงการเสริมกระสอบทรายว่า กระสอบทรายที่กรอกอยู่มีเสริมที่ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ใช่บ้านนอกคันกั้นน้ำ แต่น้ำผุดเข้ามาข้างใต้ เพราะเขื่อนรั่ว และมีแนวฟันหลอ เช่น ทางเดินลงท่าเรือ
“แนวฟันหลอกั้นไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนกระสอบทรายที่เร่งกรอกจะนำไปเสริมแนวกั้นน้ำให้สูงขึ้น และจุดที่ชำรุดก็นำไปซ่อม ทางชุมชนก็จะแจ้งมาว่าอยู่ตรงไหน ประชาชนก็ร้องขอบ้างว่าเอาไปกั้นเพื่อไม่ให้น้ำเข้าบ้าน” เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธากล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของการกรอกกระสอบทราย ตอนนี้มีกำลังคนเพียงพอหรือไม่ มีปัญหาอะไรบ้าง ?
เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาชาย เปิดเผยว่า กระสอบทรายมีเพียงพอและ ผอ.เขตฯก็ประสานทหารมาช่วย ปัญหาคือจุดรอยรั่วบางจุดพอแจ้งไปแล้วแก้ได้บางจุด บางจุดก็แก้ไม่ได้ ปัญหาคือพอประชาชนอยู่ชิดแนวเขื่อน ก็ต้องแจ้งทางชุมชน บางชุมชนก็เข้าใจ บางชุมชนก็ต้องอธิบายว่าต้องรื้อบางส่วน แต่เขาไม่ยอมที่จะรื้อ
น.ส.อารียาถามต่อว่า ถ้าประชาชนปลูกบ้านชิดแนวเขื่อนจะแก้ไขอย่างไร เอากระสอบทรายไปกั้นจุดที่รั่วออกมาหรือไม่ ? เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาชาย ระบุว่า ใช่ และได้แก้ปัญหาด้วยการใช้กระสอบทรายกั้น


น.ส.อารียากล่าวต่อว่า คลองสานก็มี ที่คนปลูกบ้านชิดกับแนวเขื่อน เราก็ใช้กระสอบทรายไปกั้นรูรั่ว
จากนั้น น.ส.อารียาเดินทางไปพื้นที่ ยังจุดที่ต้นไม้ล้ม บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานกรุงธน (ซังฮี้) โดยตรวจสอบระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณร้านอาหารริเวอร์บาร์ ร้านอาหารขนาบน้ำ จุดกลับรถใต้สะพานกรุงธน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยง จุดฟันหลอของเขตบางพลัดและตรวจความคืบหน้าการจัดการอุบัติเหตุต้นไม้และเสาไฟฟ้าล้มวานนี้ (3 ต.ค.)

(อ่านข่าว : ผอ.เขตบางพลัด รับตำแหน่งวันแรก เจอฝนถล่มต้นไม้หักต่อหน้า เสาไฟล้มระเนระนาด ยัน ‘เอาอยู่’)
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงอุบัติเหตุที่ต้นไม้และเสาไฟฟ้าล้มที่จุดกลับรถใต้สะพานซังฮี้ วานนี้
น.ส.อารียาเปิดเผยว่า เก็บเรียบร้อย และตั้งเสาไฟเรียบร้อยแล้ว
“พอดีตรงนี้อยู่ตรงผนังกั้นน้ำ แล้วต้นไม้ล้มทับเสาไฟ มาโดนตรงตู้ควบคุม ซึ่งตู้ควบคุมเครื่องสูบน้ำจะทำงานอัตโนมัติถ้ากรณีน้ำขึ้นสูง จะมี 2 เครื่อง ตรงใต้สะพานกรุงธนมี 2 ที่” น.ส.อารียากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์จุดเกิดเหตุว่า สำหรับต้นไม้ที่ล้ม เป็นต้นมะขามแขก และมีการตัดสายสื่อสารและสายไฟฟ้า ซึ่งพันด้วยเทปสีดำเพื่อป้องกันการรั่วไหลของไฟฟ้า แต่ยังคงใช้ไฟฟ้าไม่ได้ ส่งผลให้ตู้ควบคุมเครื่องสูบน้ำอัตโนมัติยังไม่สามารถใช้การได้ จึงต้องใช้คลองเพื่อระบายน้ำออกไปก่อน โดยจะมีเจ้าหน้าที่เร่งมือจัดการติดมิเตอร์เพื่อให้ไฟฟ้าใช้งานได้ภายในวันนี้
ทั้งนี้ สายไฟที่ถูกตัดดังกล่าวมีการวางห้อยทิ้งไว้ น.ส.อารียาจึงให้เจ้าหน้าที่จัดเก็บให้เรียบร้อยเนื่องจากอาจเกิดอุบัติเหตุกับประชาชนที่สัญจรไปมาได้

จากนั้น เวลา 09.54 น. น.ส.อารียาเดินทางต่อไปยัง วัดภคินีนาถวรวิหาร และตรวจสอบบริเวณประตูท่อระบายน้ำ บริเวณปลายซอยจรัญสนิทวงศ์ 52 โดยมี นายภานุวัฒน์ จาโรทก ประธานชุมชนภคินีนาถฯ นำทางเข้าไปยังชุมชนตรวจสอบบริเวณจุดที่น้ำท่วมเข้ามาและตรวจสอบจุดวางกระสอบทราย
นายภานุวัฒน์กล่าวว่า บริเวณนี้มีเขื่อน ซึ่งช่วยให้น้ำไม่เข้าไปถึงวัด โดยมีจุดที่ต้องเพิ่มกระสอบทรายอยู่ 2 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้แจ้งว่าจะเพิ่มกระสอบทราย 2 จุดดังกล่าวให้เสร็จภายในพรุ่งนี้ โดยบริเวณริมเขื่อนมีรอยน้ำท่วมขึ้นมาสูง ซึ่งวันนี้ได้ลดมาในระดับประมาณ 30 ซม.

นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่มีน้ำท่วมขังอยู่ น.ส.อารียาจึงได้แจกทรายกำจัดลูกน้ำยุงลายและยารักษาน้ำกัดเท้า ให้กับคนในชุมชน
สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (3 ต.ค.) มีผู้ร้องเรียนกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.ว่าไม่เปิดเครื่องสูบน้ำที่วัดภคินีนาถ ซึ่งเป็นเครื่องของสำนักการระบายน้ำ
น.ส.อารียา เปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าวว่า ทางเขตให้สำนักการโยธา มาตรวจเช็คอยู่แล้ว
“ถ้าไม่มาให้แจ้ง ผอ.เขตเลย” น.ส.อารียากล่าว


