อสส.เซ็นตั้ง 5 โฆษกอัยการชุดใหม่ ดึง ‘ธรัมพ์-โกศลวัฒน์’ กลับมาฟอร์มทีม กำหนดภารกิจกู้ภาพลักษณ์

5.10.22 | 10:12 น.
จากซ้าย ธรัมพ์ ชาลีจันทร์, โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง, ทรงพล สุวรรณพงศ์

อสส.เซ็นตั้งทีมโฆษกอัยการชุดใหม่ 5 คน ดึง ‘ธรัมพ์-โกศลวัฒน์’ อัยการดังกลับมาฟอร์มทีม กำหนดภารกิจกู้ภาพลักษณ์ สร้างศรัทธาองค์กรทันต่อเหตุการณ์

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด ได้ลงนามคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ 1761/2565 ลงวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา เรื่อง แต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ความว่า
เนื่องจากคณะโฆษกตามคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 2244/2563 เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาโฆษก สำนักงานอัยการสูงสุด และโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ได้มีการลาออก และสับเปลี่ยนโยกย้ายหลายตำแหน่ง เพื่อให้การสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดในการปฏิบัติภารกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงให้ยกเลิกคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดดังกล่าวและแต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้


คณะโฆษก โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ประกอบด้วย

1.นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ อธิบดีอัยการ สํานักงานคณะกรรรมการอัยการ รักษาการในตำแหน่ง ผู้ตรวจการอัยการ เป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด

2.นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลแขวง รักษาการในตำแหน่ง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) เป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด

Advertisement

3.นายคถา สถลสุด อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย เป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด

4.นายทรงพล สุวรรณพงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการอัยการสูงสุด เป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด

5.นายจิตภัทร พุ่มหิรัญ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคดีแพ่งกรุงเทพใต้ เป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด

ธรัมพ์ ชาลีจันทร์
โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง
คถา สถลสุด
ทรงพล สุวรรณพงศ์
จิตภัทร พุ่มหิรัญ

โดยทีมโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดมีอำนาจหน้าที่

1.แถลงข่าวและชี้แจงข้อมูลต่างๆ ในนามสำนักงานอัยการสูงสุด ตลอดจนพิจารณาให้ข้อมูลข่าวสาร ที่ตรงกับข้อเท็จจริงและทันต่อเหตุการณ์ในทุกกรณีตามความเหมาะสม โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

2.เชิญพนักงานอัยการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสำนักงานอัยการสูงสุดส่งข้อมูลและข่าวสาร รวมทั้งสนับสนุนการแถลงข่าวหรือประชาสัมพันธ์ตามความจำเป็น

3.รับฟังข้อมูลข่าวสารและข้อคิดเห็นจากประชาชนหรือสื่อมวลชน เพื่อนำมาพิจารณาดำเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง

4.ติดตาม รวบรวม และตรวจวิเคราะห์ข่าวสารที่เกี่ยวกับสำนักงานอัยการสูงสุดจากสื่อประชาสัมพันธ์ และช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะข่าวสารที่มีผลกระทบต่อสำนักงานอัยการสูงสุด

5.วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์สำนักงานอัยการสูงสุด และพิจารณา หาแนวทางแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขต่ออัยการสูงสุด รวมทั้งดำเนินการแก้ไขผลกระทบ ตามที่อัยการสูงสุดมอบหมายโดยเร่งด่วน พร้อมติดตามผลการแก้ไขเรื่องที่ได้ดำเนินการแล้ว ผ่านการตรวจติดตาม ข่าวอย่างใกล้ชิด โดยจัดทำรายงานข่าว พร้อมบทวิเคราะห์ผลกระทบต่อภาพลักษณ์สำนักงานอัยการสูงสุด และ รายงานอัยการสูงสุดทราบ

6.แต่งตั้งคณะทำงานหรือบุคคลที่เห็นสมควร เพื่อร่วมดำเนินการในการประชาสัมพันธ์ ตามความเหมาะสม

7.รายงานการดำเนินการให้อัยการสูงสุดทราบ 8.ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่อัยการสูงสุดมอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

อ่าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมโฆษกอัยการชุดนี้มีคนที่เคยผ่านงานโฆษกมาแล้วหลายคน เช่น นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ ผู้ตรวจการอัยการ อดีตอธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ที่ดูแลทำบัญชีเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการทั่วประเทศ โดยยึดหลักอาวุโสมากที่สุด และเป็นมือหนึ่งในการช่วยงานอัยการสูงสุดมาหลายสมัย เคยเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจที่สำคัญ ดูแลให้คำปรึกษาเพื่อผลประโยชน์แก่ภาครัฐ และเป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดในสมัย นายเข็มชัย ชุติวงศ์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นอัยการที่มือสะอาดคนหนึ่งอีกด้วย และยังเคยเป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดมาก่อนหน้านี้แล้ว

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย อดีตรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดหลายสมัย อย่างตอนโดนย้ายไปดำรงตำแหน่งรองอธิบดีอัยการภาค 9 ก็ยังได้รับแต่งตั้งจากอธิบดีอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 ให้เป็นโฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 ทำหน้าที่แถลงผลงานการดำเนินคดีทุจริตฯในภาค

รวมทั้งเผยแพร่ภารกิจการอำนวยความยุติธรรมของอัยการในภาค 9 พร้อมให้ความรู้กฎหมายประชาชนและข้าราชการเกี่ยวกับคดีทุจริต เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติไม่ให้ต้องคดี ซึ่งได้รับการตอบรับชื่นชม รวมถึงข้อกฎหมายสำคัญทำให้ผลงานของอัยการในภาค 9 เป็นที่สนใจ

เคยดำรงตำแหน่งสำคัญคือผู้อำนวยการสำนักกิจการและโครงการในพระดำริฯ มีบทบาทในด้านการสนับสนุนการทำงานช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาสอย่างสม่ำเสมอ เคยออกหน้าประสานงานด้านกฎหมายช่วยเหลือ น้องปาล์ม เด็กที่โดนรถของกระทรวงสาธารณสุขชนจนพิการตลอดชีวิต ซึ่งภายหลังชนะคดีได้รับค่าเสียหายตามคำพิพากษาของศาล

ล่าสุดได้ผ่านงานรองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลแขวง จึงเป็นผู้รู้ปัญหาความทุกข์ในชีวิตประจำวันประชาชนเป็นอย่างดี เป็นผู้มีจุดยืน มีความชัดเจนในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นและการวิ่งเต้นโยกย้ายตำแหน่งตลอดมา

เคยเป็นรองโฆษกอัยการหลายสมัย ปัจจุบันยังช่วยงานภาครัฐในตำแหน่งประธานอนุกรรมการการเลือกตั้ง และประธานอนุกรรมการปราบปรามการการทุจริตในภาครัฐ ทั้งยังเคยเป็นกรรมการบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ด้วย

นายประธาน จุฬาโรจน์มนตรี เป็นอัยการเพียงคนเดียวที่จบเนติบัณฑิตอังกฤษ เป็นกรรมการปรับปรุงแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อาจารย์บรรยายกฎหมายระดับปริญญาเอก-ตรีหลายสถาบัน เคยรับผิดชอบคดีสำคัญหลายคดี อาทิ คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน (นายราเกซ สักเสนา) และได้รับการแต่งตั้งจาก ศ.วิชา มหาคุณ ให้เป็นคณะทำงานตรวจสอบการดำเนินงานของพนักงานสอบสวนและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คดีบอส กระทิงแดง อีกด้วย

เป็นที่สังเกตว่า นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง นายประธาน จุฬาโรจน์มนตรี นายคถา สถลสุต ทั้งหมดล้วนมีประสบการณ์ เคยเป็นทีมเลขานุการช่วยงานสำคัญให้กับ นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อดีตอัยการสูงสุด ซึ่งดำรงตำแหน่งนานถึง 4 ปี ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นผู้นำที่มีความสามารถ พัฒนาองค์กรอัยการจนเป็นที่ยอมรับมากที่สุด

คาดว่าคงเป็นนโยบายหนึ่งของ น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุดคนใหม่ ที่จะกอบกู้ภาพลักษณ์องค์กรให้ดีขึ้นหลังจากองค์กรอัยการได้รับมรสุมและผลกระทบอย่างรุนแรงตั้งแต่ คดีบอส กระทิงแดง เป็นต้นมา

ส่วนรองโฆษกอีก 2 คน คือ นายทรงพล ก็เป็นทีมหน้าห้องของอัยการสูงสุดตั้งแต่ยุค นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ จนถึงคนปัจจุบัน ส่วน นายจิตภัทร เคยผ่านงานรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดมาก่อน และยังเคยเป็นนักร้องและพิธีกรชื่อดังก่อนรับราชการเป็นอัยการ