เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ห้องประชุมสุธี-ฉวีวรรณ มีนชัยนันท์ วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. นพ.สราวุฒิ บุญสุข และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันประชุมเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักเรียนนักศึกษาอาชีวะศึกษา พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ครั้งที่ 1/2566

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บรรยายในหัวข้อ “แนวทางการป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงนักเรียนนักศึกษา” เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงของนักเรียน นักศึกษาและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทอันจะส่งผลกระทบต่อเด็กเยาวชนและประชากรในระดับพื้นที่ โดยบางช่วงบางตอนระบุว่าสืบเนื่องจาก สอศ. กำหนดประชุมเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อเป็นการบูรณาการการทำงานป้องกันแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงของนักเรียน นักศึกษา และร่วมกันเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทอันจะส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชนและประชาชนในระดับพื้นที่ ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว
ทั้งนี้ จากสถิติเหตุนักเรียนนักศึกษาทะเลาะวิวาทหรือใช้ความรุนแรง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ทางเจ้าที่ตำรวจเก็บข้อมูลห้วงระหว่างเดือนตุลาคม 2564-เดือนกันยายน 2565 พบว่าเดือนมิถุนายน 2565 เกิดเหตุมากสุด 65 ครั้ง รองลงมาเดือนสิงหาคม 2565 เกิดเหตุ 62 ครั้ง เดือนกรกฎาคม 2565 เกิดเหตุ 48 ครั้ง และกันยายน 2565 เกิดเหตุ 29 ครั้ง โดยพื้นที่ประสบเหตุและได้รับแจ้งมากที่สุด ประกอบไปด้วยสน.พระโขนง ,สน.บางกอกใหญ่,สน.หลักสอง, สน.ท่าข้าม, สน.แสมดำ, สน.บางนา และ สน.ประเวศ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้นักเรียนนักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาทประกอบไปด้วย การถูกทำร้ายร่างกายมาก่อน, การเป็นศัตรูคู่อริ, การอวดให้รุ่นน้องเห็น, ความรู้สึกการเสียศักดิ์ศรี, เรื่องชู้สาว ตลอดจนประเพณีความเชื่อที่ผิด
รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีภาคีเครือข่ายเพื่อป้องกันเหตุที่ได้บูรณาการจากทุกภาคส่วน ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในสถานีตำรวจเจ้าของพื้นที่และเจ้าหน้าที่ในหน่วยสนับสนุน เช่น บก.สปพ. เป็นต้น สถาบันการศึกษาเครือข่ายครู อาจารย์ที่จะร่วมมือกันดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ที่กำหนด นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เช่น ขสมก., เจ้าหน้าที่เทศกิจ, สถานพยาบาลที่จะช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งข่าวและป้องกันเหตุ ตลอดจนภาคเอกชนห้างสรรพสินค้า สถานจัดกิจกรรมรวมตัวของกลุ่มนักเรียน นักศึกษาและอาสาสมัครภาคประชาชนอาสาสมัครตำรวจบ้าน อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิต่างๆ เจ้าหน้าที่ รปภ. วิน จยย.สมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม ภาคีตาสับปะรด รวมทั้งสื่อมวลชนที่จะร่วมเสนอข่าวด้านบวก ไม่ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบหรือแก้แค้น ซึ่ง ทั้งหมดนี้เป็นภาคีเครือข่ายที่จะช่วยในการแก้ไขปัญหานักเรียนและนักศึกษาทะเลาะวิวาท
นอกจากนี้ ทาง ตร.มีการมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด นำสภาพปัญหามาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางป้องกันและบังคับใช้กฎหมาย, มาตรการเชิงรุก ปิดล้อมตรวจค้นสถานศึกษาและบริเวณที่เป็นพื้นที่เสี่ยงตลอดจนจัดทำบัญชีกลุ่มเสี่ยง บัญชีรุ่นพี่ ที่จบการศึกษาแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง/นักศึกษาปัจจุบันกลุ่มเสี่ยงพร้อมทั้งสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหว จัดทำประวัติ และเก็บ DNA บุคคลกลุ่มเสี่ยง จัดชุดสืบสวนออกสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ พร้อมบันทึกภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวและพร้อมระงับเหตุ จัดชุดสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวและตรวจการณ์ ผ่าน CCTV แบบ Real Time จัดชุดไล่ล่าเตรียมติดตามจับกุมคนร้ายหลังก่อเหตุ เพื่อให้จับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการเฝ้าระวังและประชาสัมพันธ์

