ทวิดา ยันไม่ได้ให้หยุดงาน แจงไม่มีอำนาจสั่ง Work from Home เตรียมรับมือน้ำเหนือน้ำหนุน เฝ้าจุดเปราะบาง

5.10.22 | 14:36 น.

ทวิดา แจง กทม.ไม่มีอำนาจสั่ง Work from Home พร้อมเตรียมรับมือน้ำเหนือน้ำหนุน สั่งเฝ้าจุดเปราะบาง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายเจษฎา จันทรประภา รองผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำ แถลงสถานการณ์รับมือน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ

ผศ.ดร.ทวิดา กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วง อยากได้อะไรเพิ่มเติมสามารถขอเพิ่มเติมได้ ทาง กทม.ได้กำลังพลจาก กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ (พล ม.2 รอ.) มาช่วยกรอกกระสอบทราย ส่วนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาทางทหารได้นำรถสูงมาให้บริการขนส่งประชาชน ต่อมาท่านนายกฯ ก็อยากให้ กทม.จับมือกับกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยา

ผศ.ดร.ทวิดา กล่าวด้วยว่า ทาง กทม.ไม่มีอำนาจสั่งให้หน่วยงานต่างๆ Work from Home ได้ เพียงขอความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพราะว่าทาง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) แจ้งเตือนวันนี้ว่าจะมีน้ำทะเลหนุนสูง น้ำเหนือไหลมาเพิ่มเติม และฝนตกหนัก ในพื้นที่กรุงเทพฯ หากหน่วยงานสามารถให้พนักงานกลับบ้านได้เร็ว พนักงานจะได้ไม่ต้องเผชิญน้ำท่วมบนถนน รวมถึงการระบายน้ำบนถนนสามารถระบายออกได้ช่วงเช้ามืด จึงอยากให้หน่วยงานพิจารณาการเข้างานสายได้ หรือถ้า Work from Home ได้จะช่วยลดความแออัดของการจราจร

“เมื่อวานนี้พอให้สัมภาษณ์ไป ไม่รู้ว่าสั้นไปรึเปล่า แล้วก็เลยทำให้เกิดเข้าใจผิด ทาง กทม.ต้องรับโทรศัพท์ ท่านรองฯ ทวิดาจะให้หยุดงานหรือ ? ไม่ใช่นะคะ คือขอให้พอยืดหยุ่นกับพนักงานได้บ้างจำนวนหนึ่ง ก็จะช่วยให้เขาไม่ต้องลำบากอยู่บนท้องถนน สำหรับ กทม.ต้องเซอร์วิซกับประชาชน ต้องทำงานพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง” ผศ.ดร.ทวิดากล่าว

Advertisement

นายเจษฎา กล่าวรายงานสถานการณ์น้ำว่า การระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ในอัตรา 2,697 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ส่วนสถานีบางไทร น้ำไหลผ่าน 3,100 ลบ.ม./วินาที โดยกรมชลประทานจะเริ่มผลักดันน้ำไปทิศตะวันตกมากขึ้น ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อน 4 เขื่อนหลักยังรับได้ แต่น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เกินความจุ 106% แล้ว ซึ่งจะต้องระบายน้ำผ่านกรุงเทพมหานคร ขณะที่น้ำทะเลหนุนสูงสุดในวันนี้ เวลา 18.03 น. ฐานน้ำ +1.10 เมตร โดยเดือนนี้น้ำทะเลจะหนุนสูงสุดในวันที่ 8 ตุลาคม ฐานน้ำ +2.20 ถึง 2.30 เมตร

นายเจษฎา กล่าวว่า สำหรับปริมาณฝนสะสมตลอดปี 2565 อยู่ที่ 1,979 มิลลิเมตร ส่วนปริมาณฝนสะสมในเดือนกันยายน อยู่ที่ 801 มิลลิเมตร ปริมาณในสะสมในเดือนตุลาคม อยู่ที่ 60 มิลลิเมตร โดย กทม.เตรียมแผนรับมือน้ำเหนือและน้ำฝนไว้แล้ว จัดเรียงกระสอบทรายอุดจุดฟันหลอ 76 จุด อาทิ ท่าเรือเทเวศร์ ถนนทรงวาด ท่าราชวรดิฐ เพิ่มประสิทธิภาพ ทำแผนบังคับน้ำปรับทางน้ำไหลที่คลองบางซื่อ คลองชวดใหญ่ตัดคลองลาดพร้าว ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และบังคับน้ำปรับทิศทางน้ำไหลบริเวณคลองบางเขนจุดตัดคลองเปรมประชากร ที่วัดเทวกุญชร ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฮดรอลิก 30 นิ้ว จำนวน 2 ตัว ส่วนที่สถานีสูบน้ำพระโขนง แม้ว่าจะมีเครื่องสูบน้ำ 155 ลบ.ม./วินาที ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฮดรอลิกเพิ่ม 5 เครื่อง เพื่อช่วยระบายน้ำคลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์

นายเจษฎา กล่าวว่า กทม.มีการประสานงานกับกรมชลประทานต่อเนื่อง มีการสูบน้ำขึ้นทางเหนือ เพื่อช่วยเขตดอนเมือง จากคลองเปรมประชากรฝั่งใต้ สูบน้ำออกทางคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ส่วนด้านกรุงเทพฯ ตะวันออก ช่วยสูบน้ำออกจากคลองหกวาสายล่าง คลองประเวศบุรีรมย์ ออกไปทางแม่น้ำบางปะกง ส่วนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก มีการระบายน้ำออกไปทาง อ.กระทุ่มแบน อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร

นายเจษฎา กล่าวว่า ด้านการสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ จากกองทัพเรือ 18 เครื่อง กองบัญชาการทหารพัฒนา 3 เครื่อง กรมชลประทาน 4 เครื่อง และภาคเอกชน จากครอบครัวขนส่ง 12 เครื่อง ส่วนเครื่องสูบน้ำ จาก ปภ. 20 เครื่อง กรมทรัพยากรน้ำ 5 เครื่อง กรมชลประทาน 7 เครื่อง ส่วนการประสานงานเตือนภัย กทม.ใช้ศูนย์พระรามเป็นเครือข่ายสื่อสารหลัก เพื่อแจ้งเตือนให้สำนักงานเขต สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา ศูนย์เอราวัณ สภากาชาด รวมถึงขอให้ช่วยเฝ้าระวังรถที่จอดชั้นใต้ดิน กรณีที่เกิดไฟดับ หรือเครื่องสูบน้ำเสียหาย

“เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาที่เกิดฝนตกหนัก เนื่องมาจากมีแนวร่องมรสุมอยู่กลางกรุงเทพฯ จึงทำให้ฝนตกหนักมากกว่า 100 มม. แต่วันนี้พยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา แนวร่องมรสุมนั้นหายไป เนื่องจากลมหนาวพัดลงมา หากให้คาดการณ์น่าจะเป็นบริเวณเขตด้านใต้ของกรุงเทพฯได้แก่ เขตบางนา บางขุนเทียน ลาดกระบัง และประเวศ อาจมีฝนตกหนักเกิน 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง หรือฝนอาจตกทั่วกรุงเทพมหานคร จึงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ส่วนกรณีที่เคยเกิดเหตุน้ำล้นเกินกระสอบทรายในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อปีที่ผ่าน ทางสำนักระบายน้ำได้นำมาเป็นประสบการณ์ และเสริมกระสอบทรายให้หนาและแข็งแรงขึ้น ส่วนการเสริมกระสอบทรายตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา จากจุดรอยต่อ จ.นนทบุรีจนถึงรอยต่อ จ.สมุทรปราการ เสริมขึ้นไปสูงสุดจากเดิม +2.60 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ตลอดความยาว 3 กิโลเมตร” นายเจษฎากล่าว

เมื่อถามว่า น้ำเหนือที่มีการคาดการณ์ว่าจะอยู่ในอัตรา 4,000 ลบ.ม./วินาที นั้น นายเจษฎา กล่าวว่า คงไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยทางกรมชลประทานจะเป็นคนบริหาร เบี่ยงน้ำไปทางซ้ายทางขวา ส่วนกรุงเทพฯ ได้เตรียมกระสอบทราย 2 ล้านใบ อุดแนวฟันหลอครบแล้ว ห่วงเพียงน้ำฝนที่จะกระทบกับประชาชน

ผศ.ดร.ทวิดา ตอบว่า จากการปล่อยน้ำทางเหนือลงมา 3,100 ลบ.ม./วินาที แนวคันกั้นเหลือ -1 ซึ่งในอีก 1-2 วันข้างหน้าน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคันกั้นยังสามารถเอาอยู่ แต่แรงดันน้ำจะเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีน้ำซึมในจุดที่มีความเปราะบาง ซึ่งทางสำนักการระบายน้ำได้เตรียมเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมอุดกระสอบทรายเพิ่มเติมทันที

ผศ.ดร.ทวิดา กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. สั่งให้รายงานภาพจากกล้อง CCTV เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั้งก่อนและหลังฝนตก พร้อมให้สำนักประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนสภาพอากาศประชาชนให้กับประชาชนในเวลา 05.00 น. และ 15.00 น.