‘เฮียล้าน’ ลั่น แลกกันไหม ตรว.เป็นล้านเอาไปปลูกกล้วย บ่นกลางสภาฯ ‘ข้าวของขึ้นทุกวัน’ ห่วงคนจนไม่มีจ่ายภาษีที่อยู่ ฝากผู้ว่าฯ ผ่อนปรน เก็บเป็นขั้นบรรได – ปรับผังเมืองใหม่
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2565
อ่านข่าว : ‘ชัชชาติ’ มีโจทย์ ‘แยกเกษตรกรตัวปลอมยังไง’? ขอบคุณ ส.ก.เป็นห่วงรายได้ ไฟเขียวตั้ง คกก.เจาะลึกภาษีที่ดิน
ส.ก.ธนบุรี โอด ปชช.ขาดรายได้ ‘ทางเดินริมน้ำ’ เสร็จตอนไหน? ‘วิศณุ’ ลุกแจงเร่งอยู่ ก.พ.66 เสร็จแน่
‘ชัชชาติ’ นั่งสภา กทม.ถกประเด็นเดือด หาช่องจัดการนายทุน ‘แสร้งปลูกกล้วย’ หลบภาษี
ในตอนหนึ่ง นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร หรือ เฮียล้าน ส.ก.เขตจอมทอง พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายญัตติที่เสนอต่อที่ประชุม เรื่อง ขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้กรุงเทพมหานครจัดเก็บรายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ซึ่งเลื่อนมาจากวันพุธที่ 28 กันยายน
นายสุทธิชัยกล่าวว่า การที่ตนได้ยื่นญัตตินี้ เนื่องจากพี่น้องประชาชนเดือดร้อนในการจัดเก็บภาษี ที่ภาครัฐกำหนดให้ กทม. จัดเก็บ จาก 10 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนปรนมาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่ง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2566 ได้กำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีจากการถือครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งมีการจัดเก็บภาษีแบบใหม่ โดยมีเจตนารมณ์ปรับปรุงกฎหมายให้เป็นระบบภาษีทรัพย์สินอย่างแท้จริง กระตุ้นให้เกิดการใช้ที่ดินให้เป็นประโยชน์ รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมแก่บุคคลผู้เสียภาษีให้มีความเทียมกัน
โดยพระราชกฤษฎีกา กำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2564 ให้ใช้ อัตราภาษีตามประเภทใช้ประโยชน์ ได้แก่ (1 )ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ ในการประกอบการเกษตร (2) ที่อยู่อาศัย (3) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่น นอกเหนือจาก 1,2 (4) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า หรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ ซึ่งอัตราภาษีแตกต่างกันออกไปตามมูลค่าของฐานภาษี เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดคำนิยามเกษตรกรรม ให้เปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองที่ดิน ใช้ช่องว่างหลบเลี่ยงภาษี

“เอาที่ดินที่มีมูลค่า ไปปลูกกล้วย ปลูกมะนาวปลูกอะไร เพื่อเลียงภาษีให้เสียน้อยที่สุด นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด ผมเป็นห่วง พ.ร.บ.นี้ที่ออกมา ไม่ได้กระทบแค่คนที่มีรายได้น้อย คนที่มีที่ดินเยอะก็ได้รับผลกระทบ ผมเคยได้รับการร้องเรียนว่า ไม่ได้รับจดหมายจากสำนักงานเขตเลย ไม่รู้ส่งยังไง ไม่ได้รับจดหมาย ท่านประทานเขาไม่มีสิทธิที่จะอุทธรณ์หรือ ว่าที่ดินเขาเป็นอย่างนี้ เขาไม่ควรเสียภาษีมากขนาดนี้เพราะเขาไม่ได้รับจดหมาย ยิ่งไปกว่านั้น ‘คุณช้าหรอ ?’ เกินเวลาที่ส่งจดหมายไป เขาไม่ฟังนะ ปรับ 10 เปอร์เซ็นต์ก่อน ยอดเท่าไหร่ก็คูณไปอีก 10 และยังเพิ่มอีก 1 เปอร์เซ็นต์ในการที่คุณไม่มาจ่าย ถ้าช้ากว่านั้นก็ออกใบเตือน
เจ้าของไปต่างจังหวัด หรือบ้านที่ทิ้งไว้ไม่ได้เข้ามาเลย เชื่อไหมกฎหมายก็กำหนด ปรับ 20 เปอร์เซ็นต์ แล้วเพิ่มอีก 1 เปอร์เซ็นต์ ในฐานะที่ไม่จ่ายตอนมาเก็บ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ เตือนแล้วไม่มา จ่ายเกินกำหนดในจดหมาย ต้องมาชำระภายใน 30 วัน เสียอีก 40 เปอร์เซ็นต์ พี่น้องประชาชนจะอยู่ได้อย่างไร

ผมเชื่อว่านักธุรกิจหลายคนคงเจออย่างนั้น ดีไม่ดี ผู้บริหาร กทม. ก็คงจะเจอด้วย ผมถามต่อว่า ถ้าไม่มีเงินจ่ายทำอย่างไร ถูกฟ้อง ยึดที่ดินในท้ายที่สุด ผมคาดเดาอย่างนั้น ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างมาก
ผมเชื่อว่า พี่น้องที่ดูการถ่ายทอดสภา คงจะพูดว่า ช่วยบอกทีเถอะ ผู้ว่าฯจะแก้ไขอย่างไรบ้าง ในฐานะผู้บริหาร กทม.จะผ่อนปรนอย่างไร ให้พี่น้องไม่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บรายได้” นายสุทธิชัยกล่าว และว่า
“บางคน ที่ดินอยู่บางรัก ไปปลูกกล้วย เกษตร พื้นที่วาเป็นล้านเนี่ย ไปแลกกับมีนบุรีไหม มันเหมาะสมกว่าไหม ที่สำคัญที่สุด ผมมาดูว่า ถ้าไม่ชำระภาษีจะทำอย่างไร อยากฝากท่านประธานไปยังผู้ว่าฯ จะมีการผ่อนปรนได้อย่างไรบ้าง คนไม่มีเงินจริงๆ จะทำอย่างไร สำคัญที่สุด อาจจะถูกบังคับขายที่ถูกๆ กับนายทุน เพราะบางคนได้มรดกมาไม่มีอาชีพ ไม่มีปัญญาจ่าย หลายครอบครัวเป็นอย่างนี้ จะทำอย่างไร หารือกับภาครัฐ หารือการผ่อนปรนอย่างไร เก็บภาษีค่อยๆ เป็นขั้นบรรไดได้หรือไม่ จาก 10 เป็น 20 แต่นี่ 10 เป็น 90 หนักมาก หนักจริงๆ สำหรับยุคปัจจุบันที่นักธุรกิจ พี่น้องประชานก็ดี เพิ่งผ่นพ้นโควิดมาสักระยะ ไม่มีลูกค้า ธุรกิจเจ๊ง ขาดทุนกันหมด นี่คือสิ่งที่ผ่านมา เจออย่างนี้ประชาชนจะอยู่ได้อย่างไร”
“น้ำมันก็ขึ้น ขึ้นทุกวัน ข้าวของก็ขึ้น ขึ้นตลอด ไม่มีลง” นายสุทธิชัยชี้

จากนั้น นายสุทธิชัยกล่าวถึงเรื่องผังเมืองว่า ควรทำผังเมืองใหม่หรือไม่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
โดยหากกรุงเทพมหานคร ปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครเพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น จะเป็นการเปิดช่องให้เกิดการใช้ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย การขยายเมืองตามแนวโครงข่ายคมนาคม ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลต่อการปรับโครงสร้างภาษีของกรุงเทพมหานครเพิ่มสูงขึ้น


