วันที่ 15 พฤศจิกายน เมื่อเวลา 07.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ศรีสะเกษ ว่าจากการที่ขณะนี้สภาพอากาศของ จ.ศรีสะเกษ กำลังที่จะเริ่มเข้าสู่ช่วงหน้าหนาว โดยในช่วงเช้าของทุกวันจะมีลมพัดเอาความหนาวเย็นจากแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กระจายไปทั่วเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งในช่วงที่กำลังเริ่มเข้าสู่หนาวแรกนี้ ปรากฏว่าที่บริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีบรรดาประชาชนชาวศรีสะเกษและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศจำนวนมากพากันมาสัมผัสหนาวแรกและชมตะวันขึ้น 3 แผ่นดินกัมพูชา ลาวและไทยที่บริเวณผามออีแดงกันอย่างคึกคัก โดยนักท่องเที่ยวจะพากันสวมเสื้อผ้ากันหนาวเพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย พากันเดินชมความสวยงามของบริเวณผามออีแดงและชมความสวยงามของทะเลหมอกที่ลอยอยู่อย่างอ้อยอิ่งใต้หน้าผามออีแดง พร้อมทั้งชมดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นจากขอบฟ้าเหนือทิวเขาพนมดงรักอย่างสวยงาม และนักท่องเที่ยวได้ไปส่องกล้องดูความสวยงามของปราสาทพระวิหารที่มีหมอกปกคลุมอยู่เหมือนปราสาทที่อยู่บนสวรรค์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนและทหารพรานคอยเฝ้าดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่
นายเกริกชัย ผ่องแผ้ว นายอำเภอกันทรลักษ์ กล่าวว่า ช่วงนี้เข้าสู่ปลายฝนต้นหนาวมีนักท่องเที่ยวมาชมทัศนียภาพอรุณรุ่งที่ผามออีแดงจำนวนมากวันละกว่า 5,000 คน โดยคำนวณจากค่าผ่านด่านอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เก็บเงินคนละ 20 บาท ได้วันละกว่า 100,000 บาท ซึ่งการที่นักท่องเที่ยวขึ้นมาชมผามออีแดงนั้น เนื่องจากว่าต้องการยลตะวันขึ้น 3 แผ่นดินไทย-กัมพูชา-ลาว ต้องการสัมผัสอากาศหนาวแรกของผามออีแดง อุณหภูมิ 17-20 องศาเซลเซียส สัมผัสสายหมอกที่อยู่ต่ำกว่าหน้าผา และพากันส่องกล้องดูปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นอนุสรณ์สติของการเสียดินแดนและมีการเคลื่อนย้ายธงไตรรงค์จากบริเวณเป้ยตาดีลงมามาประดิษฐานที่บริเวณผามออีแดง รวมทั้งนักท่องเที่ยวได้ชมโบราณสถานสถูปคู่ ภาพสลักนูนต่ำอายุกว่า 2,500 ปี สระตราว ปราสาทโดนตรวล ชมไม้ดอกและพรรณไม้ในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารอีกด้วย

นายอำเภอกันทรลักษ์กล่าวต่อไปว่า ตนมีแนวความคิดว่าจะสำรวจความคิดเห็นของการที่จะจัดงานเดินขึ้นเขาพระวิหารแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนผามออีแดง เนื่องจากมติของกรรมการอำเภอกันทรลักษ์ได้มีมติให้งดจัดงานวิ่งมินิมาราธอนสู่ผามออีแดงชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2559 ดังนั้น จึงมีความคิดจัดโครงการเดินขึ้นผามออีแดงแสดงความอาลัย เนื่องในโอกาสครบรอบวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบ 99 วัน แทนเพื่อความเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อพระองค์ท่าน อีกทั้งด้านสถานที่มีความเหมาะสมเพราะอยู่บนยอดเขามีลักษณะคล้ายสรวงสวรรค์ เป็นสถานที่มีความเป็นหนึ่งเดียวคือ ผามออีแดงมีที่เดียวในประเทศไทย ในส่วนของด้านงบประมาณน่าจะมีความพร้อมโดยปรับจากเงินอุดหนุนวิ่งขึ้นผามออีแดงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาเป็นเดินขึ้นผามออีแดงแสดงความอาลัยแทน โดยจะยังคงกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวผามออีแดงเป็นประจำทุกปี ซึ่งถ้าเป็นไปได้ ตนจะเชิญผู้แทนฝ่ายกัมพูชาเข้าร่วมกิจกรรมด้วย จะกลายเป็นกิจกรรมแสดงความอาลัยแด่พ่อหลวงสองแผ่นดินต่อไป ซึ่งตนจะได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมหารือหาแนวทางในการจัดกิจกรรมดังกล่าวต่อไป

ด้าน ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ที่ปรึกษา ผวจ.ศรีสะเกษ ด้านการท่องเที่ยวและประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ผามออีแดงนับว่าเป็นจุดขายการท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.ศรีสะเกษและอีสานใต้ ซึ่งในช่วงเข้าสู่หน้าหนาวนี้ จะมีทะเลหมอกที่สวยงามมาก และจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศแห่มาสัมผัสทะเลหมอกและส่องกล้องดูความสวยงามของปราสาทพระวิหาร ซึ่งตนจะได้ประสานงานกับเครือข่ายการท่องเที่ยวที่กรุงเทพฯ และทั่วประเทศเพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเข้ามาเที่ยวชมผามออีแดงและเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามต่างๆ ของ จ.ศรีสะเกษ เช่น จุดชมวิวพญากูรี ใกล้จุดผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชาช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ พระธาตุเรืองรอง อ.เมืองศรีสะเกษ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นสวนสมเด็จแห่งแรกของประเทศไทย น้ำตกห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ ปราสาทสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย

