สภาทนายฯแจ้งความเพิ่ม ‘ทนายไก่หมุน’
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 6 ตุลาคม ที่ สภ.เมืองกำแพงเพชร นายชัยวัฒน์ บุญเกื้อ นายทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายอดุลย์ หาญกำจัดภัย ประธานสภาทนายความจังหวัดกำแพงเพชร นายเดชา ยามา ประธานชมรมทนายความจังหวัดกำแพงเพชร และคณะได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุวิทย์ พิศอ่อน เจ้าพนักงานสอบสวนร้อยเวรเจ้าของคดี สภ.เมืองกำแพงเพชร ในข้อหาตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 33 ห้ามมิให้ผู้ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาต หรือผู้ซึ่งขาดจากการเป็นทนายความ หรือต้องห้ามทำการเป็นทนายความว่าความในศาล หรือแต่งฟ้อง ทำให้การฟ้องอุทธรณ์ แก้อุทธรณ์ ฟ้องฎีกา แก้ฎีกา คำร้อง หรือคำแถลงอันเกี่ยวแก่การพิจารณาคดีในศาลให้แก่บุคคลอื่น ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้กระทำในฐานะเป็นข้าราชการผู้ปฏิบัติการตามหน้าที่ หรือเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ องค์การของรัฐ หรือรัฐวิสากิจผู้ปฏิบัติการตามหน้าที่หรือมีอำนาจหน้าที่ กระทำได้โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความหรือกฎหมายอื่น และมาตรา 82 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 33 ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จากการตรวจสอบแล้วพบว่า นายพรเทพ ทนายปลอม หรือพ่อค้าไก่หมุน ได้แสดงตนและขึ้นเป็นทนายความในคดีต่างๆ หลายคดี ซึ่งใน จ.กำแพงเพชร มี 2 ราย ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมา ซึ่งคดีนี้เป็นการสร้างความเสียหายกับวงการทนายความอย่างมาก อยากให้ผู้ถูกหลอกออกมาแสดงตนเพื่อเอาผิดกับทนายปลอม หากคดีไหนเคยถูกทนายปลอมว่าความก็เป็นเรื่องการพิจารณาคดีต่อศาลใหม่ ในส่วนของสภาทนายความจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดตามบทบาทหน้าที่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กลุ่มทนายอาสาปูด ‘พ่อค้าไก่หมุน’ ปลอมเป็นทนายความขึ้นศาล ทำมาหลายปี ก่อนโดนรวบ
- รองโฆษกอัยการไม่พบคดี ทนายไก่หมุน ว่าความชนะอัยการ
- สภาทนายฯส่งนายทะเบียนแจ้งความ ทนายเก๊ไก่หมุน ที่กำแพงเพชร พบโผล่อีกเมืองชล
- แม่ค้าขนมสุดเซ็ง ศาลสั่งรื้อคดีใหม่ เจอทนายไก่หมุนว่าความฐานะทนายคู่กรณี
นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ตามที่ปรากฏข่าวกรณีมีผู้ที่ไม่ได้เป็นทนายความทำการปลอมแปลงหลักฐานการเป็นทนายความ และไปดำเนินคดีในชั้นศาล ตนได้รับมอบหมายจาก นายวิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความฯ ดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งไม่ปรากฏชื่อบุคคลที่ถูกกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็นผู้ที่ผ่านการอบรมและทดสอบวิชาว่าความจากสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ และไม่ได้จดทะเบียนรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความแต่อย่างใด
นายชัยวัฒน์กล่าวว่า สำหรับหมายเลขใบอนุญาตให้เป็นทนายความที่ทำการปลอมแปลงก็เป็นของทนายความท่านอื่น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับผู้ปลอมแปลงใบอนุญาตให้เป็นทนายความแต่ประการใด การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 สภาทนายความฯ โดยนายวิเชียรได้มอบอำนาจให้ตนในฐานะนายทะเบียนสภาทนายความฯ ดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวโดยเด็ดขาดในทันที
ด้าน พ.ต.ท.สุวิทย์ได้แจ้งข้อหากับทนายปลอมในข้อหา “ปลอมแปลงเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน และว่าความในศาล โดยไม่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตทนายความเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 และเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 33, 82

